อาชืพไหนหรอที่.....มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูง ก็อาชืพที่เกี่ยวกับสินค้าการเกษตรนี่ ไม่ว่าจะ ยางพารา ข้าว มันสัมปะหลัง ต่างก็เสี่ยงสุดยอดทั้งนั้น เพราะอะไร เพราะชาวสวนทั้งหลายที่ปลูกพืชพวกนี้เค้ายังไม่รู้เลยว่าอนาคตสินค้าพวกนี้จะราคาตกหรือราคาขึ้น จริงมั๊ย ปลูกไปเเล้ว ยาง6-7ปีได้ผล ข้าว5-6เดือนได้ผล มันสัมปะหลัง 4เดือน เเต่เค้าเหล่านั้นไม่รู้เลยว่าระยะเวลานั้นในอนาคตราคามันจะตกหรือขึ้น ถ้ามันขึ้นก็ดีไปเเต่ถ้าราคามันตกหละ ก็เจ๊งอะดิ ยกตัวอย่างยางพาราตอนนี้กิโลร้อยกว่า โหเเพงใครๆก็อยากปลูกหาปลูกกันเติมเเล้วอีกนานกว่าจะตัดได้ไม่รู้เลยว่าราคายังจะเท่าเดิมรึป่าวเเต่เมื่อราคายางสูงมันล่อใจยังใงก็จะปลูกกันเเละเมื่อถึงเวลานั้นคนก็ปลูกกันมากพอตัดได้ยางก็ล้นตลาดเเล้วโรงงานก็กดราคาอีก ชาวสวนทั้งหลายก็ออกมาประท้วงให้รัฐบาลช่วย ก็เกิดเป็นประกันราคายางของรัฐบาลเอาภาษีของเรา เรานั้นเเหละมารับซื้อจากชาวสวนเเล้วก็เก็บ พื้นที่เก็บก็ต้องหาอีกเก็บไปเก็บมาสิ้นค้าเสียอีก เอ้ารัฐบาลขาดดุลอีก เอาเข้าไป หุหุ สรุปเสี่ยงทั้งชาวสวนเเละรัฐบาลอื้ม
ที่ผมจะพูดว่าทำไมต่างประเทศเกษตรกรเค้ารู้ราคาสิ้นค้ากันล่วงหน้าเเล้วเพราะเค้ามีตลาดซื้อขายสิ้นค้าเกษตรล่วงหน้างัยมันทำให้เกษตรทั้งหลายรู้อนาคตว่าราคาจะอยู่ตรงไหนเเล้วพวกเค้าก็ไม่ขาดทุนเพราะเมื่อคิดว่าอนาคตราคาจะตกเค้าก็ขายก่อนเลยเมื่อราคาตกจริงๆอย่างที่เค้าคิดเค้าก็จะได้กำไร เเละเมื่อเค้าคิดว่าราคามันจะขึ้นเค้าก็ซื้อ เเล้วเมื่อราคามันขึ้นเค้าก็ได้กำไร เห็นมั๊ย กำไรทั้งขาขึ้นเเละขาลง สุดยอด ไม่อยากจะบอกว่าประเทศเรามีเเล้วเเต่เกษตรกรไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ รัฐบาลไม่มีใครออกมาให้ความรู้เรื่องนี้เลย เห้อเจริญ ประเทศผู้ผลิตสิ้นค้าเกษตรรายใหญ่นะเนี่ยทำไมจึงไม่ใช้กลไกลในตลาดนี้ให้เกิดประโยชน์หละ เมื่อรัฐบาลหมดทุนหละพวกคุณจะทำอย่างไร
ที่ผมได้บอกนี้เเค่อยากให้ทุกคนศึกษากันในเมื่อบ้านเรามีตลาดซื้อสิ้นค้าล่วงหน้าเเบบนี้เเล้ว เเค่อยากให้ใช้กลไกลนี้ให้เกิดประโยชน์ยังไงหละ อื้มต่อไปจะได้ไม่ขาดทุนเเบบล่วงหน้ากัน
By Poc Udomwit
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น