วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

3G คัยได้ คัยเสีย


     หลายคนอาจจะงงอาจจะสงสัยเด๋วผมจะอธิบายให้ฟังนะ เรื่องการประมูล 3G หรือว่าการประมู,เทคโนโลยีขั้นแอ๊ดว๊าน การประมูลใบอนุญาติ 3G ย่าน 2.1G  เนี่ยนะคับ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีใบอนุญาติเนี่ย9 ใบ เเละ3 ค่ายยักใหญ่ AIS DTAC TRUE 
ซึ่งเราก็รู้จักกันอยู่เเล้วครับ ซึ่งในเเต่ละใบอนุญาติเนี่ย ก็จะมีคลื่น 2คูนเเม๊ก นะครับไม่ต้องงงนะที่คูนเนี่ยทั้ง UP เเละ DOWN เหมือนเน็ตกากๆ บ้านเราอะ โดยราคาเริ่มต้น ตั้งต้นเนี่ย ใบละ 4500 ล้านบาททันทีที่ประกาศออกมาเเบบนี้ หลายคนอาจตกใจ เอ้ยเชี่ย มี ใบ มีผู้ร่วมเข้าประมูลเเม่ง 3เเก่ง เเละให้ประมูลไม่เกินรายละสามใบ รายอะไรว๊ะประมูลเเม่งอะไร ไม่ต้องตกใจนะครับ ห้าๆ จิงๆเเล้วคลื่นอะมันมีความหรูไฮที่เเตกต่างกันนะ คนที่จ่ายเยอะสุดจะได้อันที่ดีสุด เเระผลก็ออกมาว่าจากราคาตั้งต้นนะครับ9ใบรวมๆ ก็ 40500 ล้าน เเต่เมื่อจบการประมูลเสด รัฐได้ไป 41600 ล้าน (เพิ่มมา1100ล้าน ห้าๆเชี่ยๆเเน่นอน เสียงคนด่ากันจิ๊ฟหายวายป่วงหมดทั้งนักวิชาการทั้งประชาชนเด็กเกรียน) ต้องเข้าใจว่าเมื่อก่อนเป็นระบบสัมผเวสี เอ้ย สัมปทานเนี่ยครับทั้ง CAT เเละ TOT รัฐจะได้ตัดค่าสัมปทานเเระภาษีเนี่ย บานเรยปีละ36000 ล้านบาท ถ้ามาเปรียบเทียบกันระหว่างระบบที่ประมูลเนี่ย ใบอนุญาต15 ปี กับเเบบเก่า ก็ 36000 คูน 15 ปี รัฐจะได้ 5.4 เเสนล้านบาท ห้าๆ พวกนี้เรยด่าว่าประมูลกันท่าไหน15 ปี รัฐได้เเค่ 41600 ล้านกระจอกเเล้วออกมาคัทค้าน โง่จิงๆรัฐ ความเห็นก็เเยกกันออกเป็นสองฝ่าย ให้ยกเลิกบ้าง ให้ลุย บ้าง คือผมยังไม่ทันได้มีใช่เรยอะ เเม่งจะยกเลิกอีกเเระ จิงๆ กลุ่มพวกที่จะให้ยกเลิกก็อ้างว่ารัฐเนี่ยจะเสียรายได้มหาศาล เเต่กลุ่มที่จะให้ลุยก็คิดบวก ว่าถ้าไม่ได้เสียค่าสัมปทาน ค่าโทรก็เเม่งน่าจะถูกลง ไปอีก 15ปีเเถมยังมี 3G ใช้อีก ห้าๆๆ มันก็มีข้อดีนะ ก็คือรัฐจะได้รายได้จากการประมูลใบอนุญาต 41600 ล้านบาท(จ่ายไปเเล้ว) ถ้ายกเลิก รัฐก็ไม่ได้เงินนี้จิงม่ะห้าๆๆ เเละก็รายได้จากการลงทุนอีกอะ โดยที่ น้าแอ๊ดจะลงทุน 50000 ล้าน นู๋ดี 40000 ล้าน น้องทรู 20000 ล้าน ภายในปี จิงๆเเล้วทรูมากกว่านี้นะครับเเต่เค้าไปลงทุนใน TrueH ไปเเล้วก่อนหน้านี้เรยน้อยกว่าเพื่อนเบ็ดเสดเเล้ว จะได้เงินอีก110000 ล้านบาท(เเสนล้าน) ยังไม่รวมรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมมือถือ พวกคนที่ใช้ 3310 มันก็ต้องมาเปลี่ยนใหม่เป้น IP5 บ้าง S3 บ้างไรบ้างให้เล่น3G ได้ รายด้ายของสามค่ายนี้ก็โตขึ้นอยู่เเล้ว จากเดิมน้าเเอ๊ดมีรายได้ 128000 ล้านบาท นู๋ดี 80000 ล้านบาท ทรู 25000 ล้านบาท รวมๆก็ 223000 ล้านบาท ผมคาดว่า3G จะทำให้ค่ายยักสามค่ายเนี่ยมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก10% ก็ประมาณ 22000 ล้านบาทในเวลาปี ถ้าปีก็ 70000 ล้าน รัฐได้ภาษีอีก 20% ประมาณ 14000 ล้านบาท รวมๆ ที่รัฐจะได้ทั้งหมด 416000บวกกับ110000 ล้าน บวกกับ14000 ล้านเป็น 170000 ล้านบาทเป็นเงินที่รัฐจะได้ไป ในเวลาปีต่อจากนี้ ยังมีอีกคับ ก็คือการเติบโตของเทคโนโลยี เเละเเรงงาน ไม่ว่าจะเป็นช่างโทรสัพ อุปกรคอม ไรอีกเยอะเเยะอธิบายไม่หมด 3G มันจะยกระดับความเเรงของอินเตอเน็ตทุกอย่างในประเทศ อยู่เเล้วครับเพราะงั้นอะไรที่เกี่ยวข้องเเม่งยกระดับหรูตามกันหมดเเหละ เเละไหนจะ อาเเป๊ะขายไอติม คนตัดยาง หรือเเม้เเต่เเม่ค้าขายหนมจีนเเถวบ้านผมยังได้เล่นเน็ตเล่นเฟส ในป่ายางอีกอะ โอ๊ยโคตรเเหล่ม เรียกได้ว่า คนไทยได้เข้าถึงอินเตอเน็ตมากขึ้นอะนะครับ จากเดิมเล่นกันเเค่ ล้านคนทั่วประเทศ คิดเป็น 5% เองนะครับ อีก95% ไม่มีโอกาศ ก็จะได้มีก็วันนี้เเหละ ห้าๆๆๆ บ้านคัยยังเล่น 54k อยู่หละก็ เเสดงว่าอยู่ใน95% ที่ยังไม่มี บรอดเเบรนเล่น ห้าๆ ข้อดีมีเยอะเเยะ ยังมีอีก ไหนจะฟังเพลง โหลดคลิป โหลดหนังอีก ดูทีวี ออนลายหมด เเรงเรยทีนี้ ดูกันสบาย ทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่3G จะทำให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ครับ ห้าๆ พวกที่จ้องเเต่จะยกเลิกไปอะ คิดดีๆ คับขนาดเมื่อก่อนรัฐได้ค่าสัมปทานปีละ36000 ล้านก็จิง เเต่ไม่เห็นจะมีเน็ตใช้เรย ดาวอังคารเค้าใช้1500G กันเเร้ว อย่าไปล้าหลังเพื่อนเรยครับ ผมคนนึงเป็นผู้ถือหุ้นย่อมอยากให้หุ้นมันขึ้นเพราะงั้นใช้ๆมันไปเหอะครับ คนไทยต้องอดทน ห้าๆๆ โม้ยาวเรย เอาเหอะเป็นความรู้ครับ

Poc Udomwit

วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เข้าหุ้นให้ได้เปรียบต้องเข้าตอนมันหง๋อยๆ (พักตัว)

          หลักๆของบทความนี้ก็จะมาย้ำเรื่องการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นให้ได้เปรียบเพื่อนนิดนึง (คือดีกว่าพวกเอ็งไปไล่ตามละกัน) คือการเข้าตอนหุ้นมันหง๋อยๆ หรือที่เรียกว่า พักตัวหลังจากขึ้นมาสักระยะจุดพักตัวมักจะดูไม่ยาก จุดพักตัวจะเกิดขึ้นพร้อมกับวอลุ่มที่หายไป จำให้ได้ครับจุดนี้สำคัญ 
           การขึ้นรอบของหุ้นนั้นเมื่อเริ่มสัญญาณขึ้นเจ้าเค้ารับซื้อของหมดไม่ว่าราคาไหนอย่างที่เคยบอกไป กรณีนี้จะเกิดรูปเเบบเเท่งเทียนยาวๆบวกวอลุ่มจัดหนักเเบบนี้เรียกว่าเจ้าเก็บของ ผมจึงบอกเสมอให้หาหุ้นที่เพิ่งเริ่มสัญญาณ ขยันหน่อยเเล้วจะรวย-เร็ว-เเรง 
           เเต่ถ้าบอกว่าเข้าไม่ทันเเต่อยากลุ้นลำใยงามๆบ้าง ก็เข้าเรื่องเลย ครับ เมื่อหุ้นมันขึ้นมาระยะนึงถ้าเราเป็นเจ้าเราจะทำอย่างไร อิอิ เพื่อให้น้องเม่า เเละพลพรรคนักเก็งลำใยอย่างเราๆ ไม่ต้องมาขายใส่เจ้าตอนลากไปสูงๆ จึงจะต้องมีการรินเทขายให้เม่า(อย่างเราๆนี่เเหละไม่ต้องไปมองคนอื่นอิอิ) ตกใจเทขายตามเพราะถ้าเจ้าลากทุกวันเม่าก็ LET ไม่ขายต้องเจอทุบลาก ลากทุบ เเล้วลากต่อ ลองนึกดูว่าถ้าเกิดหุ้นคุนบวก 12% เเล้วอยู่ๆก็ลดลงเรื่อยๆเหลือ 7-5% คุนก็ขายตามเเหละห้าๆ(ผมไม่เชื่อว่าคุนไม่ขายอิอิ) เเต่จุดนี้เเหละที่เราเม่าเทพจะเข้า หุหุ(ทำเสียงโหดเเบบยิ่งใหญ่)


          การเข้าก็หาจังหวะของหุ้นเเละวอลุ่มโดยส่วนมากหุ้นเมื่อพักตัวรินขายหรือเจ้าขายด้วยก็เหอะย่อมต้องลงมาเเต่วอลุ่มหุ้นจะมีการซื้อขายน้อย น้อยมากๆหุ้นที่วันปกติซื้อกันวันละ 4-6 ล้านอย่างในภาพ อินทัส เห็นกันจะๆ ว่าวันที่เจ้าเค้ารินวอลุ่มจะน้อยลงๆ อย่างล่าสุด วอลุ่มเริ่มลดลงถือว่าเป็นจังหวะค้องระวังอาจจะเป็นจังหวะเข้าได้ดี 


อย่างในภาพเป็นหุ้น ITD ลักษลักษณะหุ้นตัวนี้ดูง่ายกว่า อินทัสเพราะเวลาวอลุ่มเงียบมันเงียบจัดๆ เริ่มเเระที่วงใว้ราคามันวิ่งมาระยะนึง คึกคักๆเรารอเด๋วไม่นานก็เงียบเเล้วราคาจะลงเเทบจะไม่มีการเล่นกันเลยเเต่ทุกคนไม่รู้เรานี้เเหละไปเก็บอยู่เงียบๆ เเล้วรออย่างใจเย็นๆ ผสมกับราคาที่มันลงมาเรื่อยๆวอลุ่มเงียบๆ ยิ่งเก็บได้โดยไม่มีคัยรู้ (อิอิเทพหวะ) เเละเมื่อเวลานั้นมาถึงเจ้าจะลากเราไปเองครับสบายๆ อย่างปล่อยตรงไหนก็ได้ เเละเพราะมันชิวๆ อิอิ 

ลองเอาไปปรับใช้กันดูครับวิธีนี้ใช้ได้ทั้งหมดครับ โชคดีนะ

BY POC UDOMWIT

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

การหามูลค่าที่เเท้จริงของบริษัทเเบบอย่างง่าย

     
        สิ่งเเรกเลยที่ต้องให้ความสำคัญคือต้องรู้จักบริษัทนั้นเเละมองเเนวโน้มระยะยาวให้ออก (อย่างที่เคยบอกในบทความที่เเล้ว) เเละต้องให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรอย่างสม่ำเสมอ ง่ายๆคือ บริษัทมันต้องทำกำไรให้ได้ตลอดไม่ลดลง เเต่อาจจะเพิ่มขึ้นหรือเท่าเดิม ก็ได้ครับ

ดังนั้น    ราคาหุ้นที่เเท้จริง = กำไรต่อหุ้น( EPS ) x PE ( Price Earning ) 

         สูตรนี้ใช้ได้กับหุ้นทุกตัวในตลาดครับยกตัวอย่าง หุ้นA ราคา 100 บาท มี EPS 10 มี PE 10 เท่า แปลว่าในอนาคตหุ้น A จะมีกำไร 10 ไปตลอดครับ(จาก PE 10 เท่า)

         แต่ก็ต้องเท่าใจด้วยนะครับว่า EPS ของหุ้นบางตัวอาจจะสูงขึ้นเเค่ปีเดียวเพราะมาจากกำไรพิเศษ อย่างเช่น ปกติมี EPSเเค่ 5 เเต่ EPS มีค่าเพิ่มมาจากกำไรพิเศษเป็น 10 ดังนั้น ถ้าPE 10 เท่าด้วยเเล้ว เมื่อนำมันคิด จะได้มูลค่าที่เเท้จริงเท่ากับ 100 บาท เเต่พอในมีถัดไป EPS กลับมาเหลือเท่าเดิม คือ 5 ดังนั้นเมื่อนำ PE มาคูณ ค่ามูลค่าที่เเท้จริงก็จะเท่ากับ 50 บาท บวกกำไรส่วนเพิ่มของราคาของไป (Permium) 5 บาท ราคาที่เเท้จริงจึงเท่ากับ 55 บาท ดังนั้นราคาก็จะลงจาก 100 มาเหลือ 55 บาท ต้องระวังตรงนี้ด้วยนะครับ

ดังนั้น การหามูลค่าที่เเท้จริงให้ใช้สูตรง่ายๆเเค่นี้นะครับ เเต่ต้องมองให้ออกว่า EPS ตลอดทั้งปีควรจะเป็นเท่าไหร่ เเละตลาดให้ PE สูงเเค่ไหน ครับ

ยกตัวอย่าง BGH สิ้นปี EPS จะประมาณ 3.8-4.2 บาท ตลาดให้ PE 30 เท่าดังนั้นเเล้ว BGH จะมีมูลค่าที่เเท้จริงประมาณ 114-126 บาทครับ  เเต่ก็ต้องเข้าใจด้วยนะครับ ว่าเป็นการประมาณขึ้นมา อาจจะน้อยกว่านี้หรือมากกว่านี้ ก็เป็นได้ครับ

ดังนั้นสรุป ก็คือ ถ้าจะซื้อหุ้น ให้ดู EPS ควรหาให้ได้ว่าบริษัทจะทำกำไรได้สม่ำเสมอหรือไม่ ให้ดูงบการเงินย้อนหลังว่ากำไรเพิ่มขึ้นทุกปีๆรึป่าวเเต่ไม่ควรลดลง ต้องเข้าใจรายได้ที่บริษัททำเป็นรายได้ปกติ หรือรายได้พิเศษมาจากไหนรึป่าวอย่างเช่นขายที่ดิน ขายทรัพย์สิน เเละที่สำคัญมองเเนวโน้มข้างหน้าให้ออกครับ

By Poc Udomwit

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

อยากจะสู้กับเจ้าอะ....ตูจะสู้ได้ม่ะ

            ในหนังสือหุ้นทั่วๆไปมักจะพูดราคาหุ้นในราคายาวจะวิ่งขึ้นลงไปควบคู่กับผลประกอบการของบริษัท เเต่ในระยะสั้นๆหุ้นมักจะสวิงตัวตามข่าวหรือตัวเลขอะไรซักอย่างที่ออกมา ดีหรือไม่ดีหุ้นก็เหวี่ยงเเล้ว (ขี้วีน ฮ่าๆ) อย่างไรก็ตามเป็นที่เรารู้กันว่าหุ้นเเต่ละตัวมีเทพนั่งดูอยู่ เเละดูเหมือนว่าจะมีการทำราคาอย่างที่เม่าน้อยๆ พูดถึงกันนั้นคือ เจ้ามือ นั้นเอง

           (นอกเรื่องหน่อย) ในยุคสมัยก่อน เม่าน้อยยังไม่มีความรู้อะไรมากมายเรื่องปรากฏการณ์ธรรมชาติ พอฝนตก(หุ้นตก) ฟ้าร้อง(สร้างข่าว) ฟ้าผ่า(ลากทำราคา) สึนามิ(ทุบ) เม่าในยุคนั้นก็คิดกันไปว่าเป็นฝีมือของเทพบ้าง ผีมาหลอกบ้างอะไรบ้าง ตามความเชื่อว่าพวกนั้นเป็นผู้กระทำ ทั้งหมดนี้ไม่แตกต่างจากตลาดหุ้นเรยครับ
           ในเเง่ของตลาดหุ้นเม่าน้อยจำนวนมากเชื่อว่าหุ้นเเต่ละตัวมักมีเทพดูอยู่ วันไหนที่เทพลงมาประทับหุ้นก็จะวิ่งกระฉูด วันไหนเทพพิโรธเม่าก็ไส้แตก เข็ดขยาดกันไป จิงอยู่เทพเหล่านั้นที่เม่าน้อยพูดถึงคือ รายใหญ่นั้นเอง ซึ่งอาจจะมาเดี่ยว หรือ กลุ่มก็ได้ เเต่มุมมองความเชื่อเหล่านี้ทำให้เม่าน้อยไม่คิดว่าจะสามารถหาญกล้าไปสู้กะเทพได้

    ฮ่าๆ เด๋วผมจะจำลองกันให้ดูคับ ในตำนานเราอาจจะมีเม่าน้อยๆที่อาจหาญกล้าประชันกับเทพ เช่น กองทัพเม่าเเห่งโอเลมปัส ที่ไปล้ม เทพไททั่น(บ้าหนัง) เหมือนมนุษย์โลกไปบุก แอสการดเเล้วเอาไม้ไปจิ้ม ธอร์(มันจะตายมั๊ยเนี่ย) แต่ทว่าตลาดหุ้นบ้านเราไม่ใช่เทพนิยาย หนทางที่จะเอาชนะเจ้ามือ คือตีซี้กะเทพ เเละสู้ไปด้วย ไอเดีย

ในมุมของเม่าน้อยๆคือ นักลงทุนตัวเล็กที่มีเงินลงทุนน้อยนิด



สิ่งที่เราเห็นในตลาดคือ เม่าน้อยๆพยายามงัดข้อกับเจ้า สู้ตายทั้งทีเสียเปรียบ


สิ่งนั้นเกิดขึ้นทุกวัน เเละผลลัพธ์ เเม่งเเพ้ต๊ลอด



อย่างไรก็ตามถ้าย้อนกลับไปดูว่าเจ้าเป็นคัย เราก็จะพบว่ามันก็คือเจ้ารายใหญ่ๆ หลายๆตัวที่มีเงินมากๆรวมตัวกัน ซึ้งเรามักจะมีอคติเเล้วคิดไปเองว่ามันฮั๊วกัน และปั่นราคา ผมเองก็ไม่รู้ว่ามีกรณีเช่นนี้มีมากน้อยเเค่ไหน เเต่เชื่อว่ารายใหญ่ที่มันเทพอะ มักมีความฉลาดเเละมองภาพคล้ายๆกัน เช่น ตีความข่าวได้ว่าจะมีผลต่อราคาหุ้นอย่างไร ซึ่งนักลงทุนชั้ยเชียนก็มักจะรวมอยู่ในพวกเทพนี้ด้วย


            เเม้ที่มาอาจจะไม่เหมือนกัน คือพวกหนึ่งดี (ไอรอนเเมน) ส่วนอีกพวกหนึ่งเลว (โลกิ) เเต่ผลลัพธ์ไม่ต่างกันมากนัก เพราะทำให้เกิดการกระจุกตัวของตลาด เป็นผลให้ Demand หรือ Supply ขนาดใหญ่วิ่งไปในทิศทางเดียวกัน เเล้วบ่อยครั้งที่พวกเจ้ามือนะ จะเข้าเนียนและออกไว การพยายามตีซี้ หรือตามเเห่นั้น จึงมักทำให้เม่าน้อย หนาวดอย ห้าๆ

            เเต่ทางรอด นึ่งของเม่าถ้าหากคิดว่าเม่าน้อยๆอย่างเราๆสามารถรวมพลังกันอะ เเบบในหนัง ไรเเบบนี้ได้ในเเบบที่เจ้ามือทำ เม่าก็จะสู้กับเจ้ามือได้



              ผมตั้งข้อสงสัยว่าถ้าเม่าน้อยๆ หลายตัวมารวมกลุ่มกันได้ใหญ่พอ บางทีอาจจะใหญ่กว่ากลุ่มเจ้ามือเดิมก็ได้ มาถึงตรงนี้เริ่มน่าสนใจเนาะ เพียงเเต่ยังคิดอยู่ว่า เเล้วเราจะรวมตัวกันได้อย่างไร
ความจิงเเล้วเคล็ดลับนี้ปรากฏให้เห็นอยู่ที่บรรทัดเเรกที่ผมเขียน

เคล็ดลับนี้คือ ซื้อขายหุ้นตามเเนวโน้มระยะยาวงัยหละ คุณอาจจะบอกว่า เเล้วตูจะไปรู้ได้งัยกันว่าระยะยาวมันจะไปทางไหน มันยากมากหว๊ะ ผมจะบอกว่ามันไม่ยากเรยครับ เพียงเเต่มองไปที่ปัจจัยพื้นฐานเเล้วตีความให้ได้ว่าหุ้นตัวนี้ดีหรือไม่ดี บริษัทมีผลประกอบการดีอย่างต่อเนื่องหรือไม่ การที่เราคาดการณ์ผลประกอบการระยะยาวได้ ก็เท่ากับเราหาเเนวโน้มระยะยาวของราคาหุ้นได้แล้ว ด้วยเห็ตนี้จึงไม่ลงทุนเลย ถ้าคาดการณ์ไม่ได้ว่าผลประกอบการของบริษัทใน3-5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร บริษัทพวกนั้นผมปล่อยคับ คัยอยากลองของก็เล่นไปครับ


           ปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเป็นภาพที่เม่าน้อยๆ จะเห็นได้ร่วมกัน เเล้วเป็นทีเด็ดที่จะเอาชนะเจ้ามือได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เจ้ามือลากหรือลุบหุ้นสวนทางกับปัจจัยพื้นฐานเเล้วล่ะก็ โอกาศที่เจ้ามือจะเจ๊งก็มีเหมือนกัน

           เพียงเเต่เราเองอย่าไปเล่น หุ้นตัวเล็กที่ผลประกอบการห่วยเเตก เเต่ลากๆทุบๆได้ง่ายก็เเล้วกันครับ ไม่งั้นอาจจะโดนเทพพิโรธลงทัณฑ์ได้ครับ

By Poc Udomwit

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เเค่ตัวเดียว...ก็เเจ่มเเล้ว


       
         กุญแจไปสู่ประตูแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากมือใหม่ไปสู่มืออาชีพ คือ การทำให้การเทรดของคุณ เป็นเรื่องธรรมดาที่สุด

        วิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุด คือ การทำให้การเทรดของคุณนั้นธรรมดาที่สุด โดยการเทรดแค่ หุ้นตัวเดียว ข้อนี้ธรรมดามาก แต่ว่า ไม่น่าเชื่อว่า ไม่ค่อยมีใครทำมัน การเทรดหุ้นแค่ตัวเดียวจะช่วยเราได้ เพราะ จะทำให้คุณมีสมาธิ และพยายามเรียนรู้ เกี่ยวกับหุ้นตัวนั้น ๆ ดังนั้น มันจะทำให้คุณเข้าใจว่า มันเคลื่อนไหวยังไง?
ถ้าคุณพยายามดื้อดึงเทรด 5 ตัว 10 ตัว ในเวลาเดียวกัน การเรียนรู้ในการเทรดย่อมจะยากกว่า
          คุณจะต้องเรียนรู้ลักษณะพิเศษของหุ้นเเต่ละตัว คุณจะต้อง:
1. มีปฏิกิริยากับข่าว ที่แตกต่างตามหุ้นตัวนั้น
2. อัตราการวิ่งของแต่ละตัว บางตัวช้า บางตัวเเรง งง
3. เวลาที่หุ้นเคลื่อนไหวแตกต่างกันในช่วงวันหนึ่ง
4. ต้องจัดการโพซิชั่นที่เปิดอยู่ แตกต่างกันไป


ในฐานะมือใหม่ การกระโดดเข้าเล่นหลายตัวแบบนี้ จะทำให้มีความกดดันสูง และทำให้เรียนรู้ได้ช้า
ดังนั้น ควรเริ่มด้วยการเล่นเเค่ตัวเดียว เมื่อคุณได้กำไร ศึกษามันให้ลึกๆ เเค่ตัวเดียวก็รวยได้ เมื่อคุณมีประสบการณ์สูง Level 60 เเล้ว ค่อยเเท้งเพิ่มอีกซักตัว จะดีกว่านะครับ 

By Poc Udomwit

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การหาช่วงสวิงของราคา

             ราคาหุ้นที่เราเห็นอยู่ในทุกวัน ทุกครั้งที่วิ่งขึ้นวิ่งลงย่อมมีเเนวรับเเนวต้านเเละเเนวโน้มของมันอยู่เสมอ เเละถ้าเราอยากให้มันง่ายในการเทรดอย่างน้อยๆ ให้เรารู้ก่อนว่าหุ้นที่เราจะเทรดนั้นอยู่ในเเนวโน้มอะไร การหาเทรนหรือเเนวโน้มก็ไม่ยาก ทุกคนที่ใช่เทรนไลน์ก็ขีดกันเป็น เทรนมีอยู่เเค่สามเเบบ ขึ้น ลง ออกข้าง จับมันให้ได้ เเล้วจะง่าย เพราะการเล่นหุ้นไม่ใช่การคาดเดา มันไม่ใช่การคาดเดาจิงๆ เพราะงั้นอย่ามั่วหุ้น ไม่งั้นอาจต้องเสียเงินให้กลับตลาดไปเเน่ การหาช่วงสวิงของราคา หรือชาเเนลช่องทางการวิ่งของหุ้นนั้นจะใช่เทรนไลน์หลายๆเส้นขนานกันไป ก่อนเทรดหุ้นตัวไหนให้เราลองใช้ขีดกันดูตัวอย่างของหุ้น CPF ดั้งรูป 


อย่างในรูป CPF ที่เราเห็นเมื่อเราขีดเทรนดู ก็จะเห็นว่าหุ้นนั้นเป็นขาลง ถ้าจะเทรดก็ควรเทรดให้ใกล้เส้นเเนวรับมันจะไม่ทำให้เรามั่ว เเต่จะง่าย วีธีขีดในเเนวโน้มขึ้นก็ตามรูป


         จะเห็นว่าราคาจะไปเตะกะเส้นทุกๆ เส้น ล่าสุดราคาลงไปเตะเส้นที่สาม เเล้วดืดกลับเร็ว อย่างในหุ้น intuch เมื่อลองขีดเราก็จะรู้ช่องทางของราคา ว่ามันเป็นเเนวโน้มอะไร 


มันเป็นเเนวโน้มขาขึ้นเพราะเมื่อรู้ว่าเป็นขาขึ้น ถ้าเราเผลอไปเข้าออเดอร์ เเล้วมันลงอย่างน้อยๆ เราก็อุ่นใจเพราะเมื่อเป็นขาขึ้นย่อมมีขึ้นมากกว่าลง ติดดอยไม่กี่วันก็รับกลับบวกให้ด้วย เเต่ถ้ารู้ว่าขาลงจะไปเข้าออเดอร์ทำหอกอะไร จิงมั๊ยครับ สงสารเงินลงทุนของเรากว่าจะหามาได้เด๋วจะลองขีดให้อีกสองสามตัวครับ เเล้วลองเอากลับไปขีดกันดูนะ อย่างเฮีย ป.

 
เซวี่ออล ออกเเนวขาลงเหมือนกันผมชอบเก็บตัวนี้ที่เส้นที่สี่นับจากบน อิอิมันเป็นขาลงก็จิงเเต่ให้เก็บใกล้เส้นอย่างที่บอกให้ดูจุดที่ราคากระทำ ตรงที่เส้นที่สี่จากบนเป็นโดจิ ผมจึงกล้าเข้า ผิดทางก็ SL เส้นถัดไป จบ



เห็นมั๊ยครับไม่ยากๆ เเถมยังทำให้เราเทรดได้ง่ายๆ เเละยังทำให้ได้รู้เเนวโน้ม ชาเเนลของหุ้นที่เราสนใจว่ามันอยู่ตรงไหนควรจะวิ่งไปทางใหนทำให้เรารู้ว่าจะมาพักตรงไหนตรงจุกกลับตัวเด๋วผมจะมาสอนในอีกบนความนะครับ เรื่องการดู เเท่งเทียน จุดที่ราคากระทำ ( Price action ) กะเส้น พวกเเฮงกลิ้งเเมน เเฮมเมอร์ พินบาร์โดจิ ทั้งหลาย ยังงัยก็ขอให้นำให้ใช้กันดูนะครับ มันไม่ยากอย่างที่คิด 

By Poc Udomwit








วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

มองหุ้นให้ตาสว่าง

              SET ดูภาพใหญ่เเล้ว เทคนีคคอลมันบอกอะไรเรา มันบอกเราได้หลายๆอย่างนะ อย่างเเรกมันบอกเราว่า เมื่อ เส้นค่าเฉลี่ยปรับตัวลดลง นั้นก็เเปลว่าไม่ใช่เวลาจะถือหุ้นอยู่เพราะเมื่อเส้นมันชี้ลงเท่ากับว่าโอกาศลงยังมีต่อ ในภาพบอกว่ามันเพิ่งจะเริ่มลง อย่างที่สอง บอกเเนวรับที่เส้นด้านล่าง เเนวรับหมายถึงเเนวที่หุ้นจะ"ลงมา" ทดสอบเรียกว่าจุดวัดใจทุกคนมองจุดนี้เหมือนที่เรามองเเล้วเราจะไปทำนอกเหนือจากคนอื่นเพื่ออะไร ราคาหุ้นดั่งสายน้ำใหญ่เมื่อเจอเขื่อนหย่อมที่จะหยุดลงหรือลดความเเรงเพราะเป็นต้านเหมือนหุ้นเมื่อถึงเส้นจะมีเเรงซื้อเมื่อเค้าซื้อเราจะยั้งอยู่ทำไมก็ซื้อตามไป เพราะนั้นคือเขื่อนล่าง เเรงซื้อมากเท่ากับเขื่อนที่เเข็งเเรง ถ้าเขือนไม่เเข็งเเรง ก็จะเเตกนั้นคือต้องทำอะไรซักอย่าง อย่างเเรกต้อง stop loss ลดความเสียหายออกมาดูเหตุการณ์ใหม่ เเล้วมันบอกอะไรอีก macd มันไปชนเส้นสัญญาณเเล้วลง นั้นเเปลว่ามันไม่ผ่านเพราะมันเจอเขือนด้านบนนั้นคือเเรงขาย ที่เเรงกว่ากระเเสน้ำ(ราคา)ทำให้ลง มันจะลงไปจนกว่าเเรงขายจะหมด เเละมีเเรงซื้อกับมามากกว่ามันก็จะขึ้น สิ่งที่ผมจะบอกก็คือการเล่นหุ้น คุนอย่ามั่ว อย่ามาข่าว ราคาในกราฟมันบอกคุนหมดทุกอย่าง 






ตัวอย่างมีให้เห็นกันตลอดอย่างบ้านปูข่าวดีมาราคามันไม่สน ในเมื่อกราฟมันบอกว่าลง ก็คือกูจะลง ลงเเบบไม่ขึ้นไม่รู้จะกลับมาขึ้นได้อีกเมื่อไหร่ ถ้าคุนเกิดไปซื้อมันก็อยู่ที่ตัวคุนเเล้วหละว่าซื้อเเล้วรับความเสี่ยงได้มั๊ย อย่างน้อยๆ เราก็มีอาวุธ มีกว่าไม่มี จิงมั๊ยครับ เพราะฉะนั้นจงเล่นอย่างตาสว่าง  โชคดีนะครับ






By Poc Udomwit












  

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เล่นไปตามมวลชน

     แก่นเเท้ของอินดีเครเตอร์ ที่ทุกคนดูดูกัน สิ่งที่สำคัญ มันไม่100% บางคนดูเอ้ย STO ตัดกันเเล้วนี่หว่า เราซื้อเเล้วทำไมมันลงว๊ะ เอ้ย MACDO เขียวเเท่งเเรกเหมือนที่ไอเเอ๊ดมารมันบอกเเล้ว ซื้อเเล้วทำไมมันลงว๊ะ RSIก็ตัด MOMENTUM ก็มาเเต่ราคาเสือกวิ่งลง บ้าไปเเล้วฮ่าๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดมันไม่ใช่อินดิเครเตอร์ ซึ่งต่อให้ตั้งค่ามาดียังงัยก็ย่อมพลาดท่าเสียที เสียเงินได้เพราะเจอสัญญาณหลอกได้ เพราะอินดีเครเตอร์ ก็คือการอินดิเครท แปลว่าการชี้เเนะ ไม่ใช่ว่ามันต้องเป็นตามนั้นเป๊ะ เเต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการใช้มันคู่กับ price pattern รูปเเบบต่างๆของราคามันคือของจิง ซึ่งอินดีเครเตอร์ต่างๆมันมาทีหลัง ราคาปัจจุบันเป็นของจิง จิตวิทยา จิงๆ ที่เล่าให้ฟังคือไม่อยากให้เพื่อนๆ ให้น้ำหนักกับ อินดี้ มากไปควรที่จะให้น้ำหนักกับ price pattern มากกว่าอย่างเช่นรูปแบบสามเหลี่ยม เมื่อมันระเบิดราคายังใงๆ MacdO มันต้องตามมาเพื่อ confirm ให้เราเท่านั้น เเต่สิ่งสำคัญก็คือมวลชนมันเห็นพร้อมกันว่าราคาระเบิดเเล้วนะควรซื้อตามหรือขายตาม เด๋วๆ เเอ๊ดมินเล่าข้ามห้าๆๆ คือก่อนที่ราคาจะระเบิด จะมีคนคิดอยู่สองกลุ่มต่างกัน กลุ่มเเรกคิดว่าจะระเบิดขึ้น กลุ่มสองคิดว่าจะระเบิดลง เเต่เมื่อการระเบิดนั้นเกิดขึ้นเปิด gap ราคาตามใจจะขึ้นหรือลง เเต่คนสองกลุ่มนี้จะมารวมเป็นกลุ่มเดียวกันเป็ฯมวลชน เเล้วทำให้สิ่งที่เป็นมวลชนนี่เเหละทำให้ราคามันเรยเเรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงมันเเรงจิงๆ



By Poc Udomwit

วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เตือนมือใหม่ใจร้อน


     เเนวทางของ การคัดกรองหุ้น ที่มีพฤษติกรรมที่ผิดปกติ(การปั่น)ถึงผมจะสอนวิธีเล่นเเต่ผมก็ไม่เเนะนำให้มือใหม่เล่น หรือเพื่อนๆเข้าไปเเตะเพราะมันอันตรายยิ่งนัก สุดท้ายรายย่อยอย่างเราๆไม่สามารถชนะเจ้ามือได้ อาจชนะเจ้ามือได้บ้างก็ได้น้อย เเต่เวลาเสียคุนจะเสียเยอะเเน่นอน 10%-20% ในวันเดียวก็มี การเลือกเเละจำไว้จะช่วยได้เยอะนะครับ ขั่นเเรก เราต้องกลัวก่อน กลัวอะไรเราต้อง"กลัวจน" คือ    
  
        1 ให้เราหาหุ้นที่มีการปั่นราคา หุ้นพวกนี้หาง่าย เป็นหุ้นที่เต็มไปด้วยข่าวลือ มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง มีประวัติการขึ้นลงของราคาเเบบผิดปกติไม่สมเหตุผลของบริษัท เเล้วจดไว้ให้หาวันละสองสามตัวเเล้วจำ เเละจำไว้ว่าเราจะไม่ไปเเตะมันไม่ว่าราคาจะลากไปไหนก็ห้ามเเตะเพราะถ้าไปเเตะเท่ากับ มันจะพาเราลงเหว  
        2 เมื่อพบว่าหุ้นที่มีพฤติกรรมเป็นหุ้นขยะมีมากกว่าหุ้นดี ก็ไม่ต้องตกใจนะ มันเยอะจิงๆเจ้าหุ้นปั่นเเปะเนี่ย เมื่อพบหุ้นดีนั้นมีน้อยกว่าก็ทำให้เราเล่นง่ายขึ้น จากที่ผมลองเปิดๆดู พบหุ้นขยะเกือบๆ 420 กว่าบริษัทจาก 500 กว่าบริษัทเพราะฉนั้นหุ้นดีจึงมีเพียง ไม่ถึง100 ตัว เเล้วถ้าเราลงทุนหุ้นใน 100 ตัวที่เป็นหุ้นดีเราก็จะสบายใจ ว่าอย่างน้อยๆ เราก็กลัวจน ถึงจะทำให้รวยช้าหน่อย เเต่มันจะทำให้เราไม่จนลง จิงๆ ครับ ส่วนนักลงทุนที่อยากรวยเร็วผมไม่ได้ว่านะ เเต่ส่วนมากมักจะอยู่ในตลาดไม่ทน ไม่คงกระพัน เพราะพี่เเกจะหาเเต่หุ้นที่ดี ไปจดไว้ว่ากูจะไม่เล่นหรอกพวกหุ้นดีๆอะรวยช้าราคากว่าจะวิ่ง เเต่ชอบที่จะเล่นหุ้น อีก420 ตัวที่พวกกลัวจนเค้าไม่เล่นไม่เเตะ จิงมั๊ย พวกอยากรวยเร็วมักจะไปตามเล่นปั่น หุ้นเน่าขยะเปียก เเลัวจบด้วยการ เอวังด้วยประการฉะนี้ พวกกลัวจนเมื่อไม่เล่นหุ้นขยะ หุ้นที่มีดีกรีความเสียวสูง เงินก็ไม่ถูกกิน จะจนลงได้อย่างไร การลงทุนด้วยการกลัวจน เเม้จะรวยช้า เเต่ก็ดีกว่าการเล่นหุ้นเพราะอยากรวยเร็วซึ่งจุดจบมักจะจนลงเเละ มีทั้งจนลงเเบบช้าๆ เเละจนลงในพริบตา ด้วยความหวังดีนะครับจาก PocZa เลือกเอาคุณอยากเป็นรูปไหน

 ล้มเหลวตั้งเเต่เริ่ม (คิดจะเล่นหุ้นปั่นก็ล้มเหลวเเล้ว)

หรือชนะตั้งเเต่ต้น (แค่คิดจะไม่เเตะหุ้นปั่นก็ชนะเเล้ว)

By Poc Udomwit

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การซื้อขายด้วยระบบ MacD His Oscillator 2

             เมื่อคราวที่เเล้วผมได้เสนอจุดเข้าซื้อขายด้วยMacd hisระดับวัน ไปเเล้วครั้งนึงซึ้งก็มีคนสนใจพอสมควร ในบทความนี้ผมจะเสนออีกเเท๊คติคนึงที่ีน่าสนใจกว่านั้นก็คือการใช้ระบบ Macd His Oscillator trader ระบบนี้ใช้ได้เฉพาะ time frame week นะครับกับหุ้นที่คิดว่ามา VOL สม่ำเสมอหรือหุ้นพื้นฐานดี การใช้ก็เปิดกราฟ week เเล้วเลือก MACD HIS Oscillator ขึ้นมาดังรูป


          จากรูปจะเป็น Week จะเห็นว่า Macd ของเราจะเป็นเขียวเเดง อ่าง่ายๆ ก็คือ
1 เมื่อMacdเขียวเเท่งเเรก ผมจะซื้อทันที 25% ของพอร์ต 
2 เมื่อMacdเขียวเเท่งที่2 จะซื้ออีก 25%  
3 เมื่อMacdเขียวเเท่งที่3 จะซื้ออีก 25%
4 ถ้าMacdเขียวไปเรื่อยๆก็ซื้อเพิ่มไปเรื่อยๆ จนครบ100% 
5 เมื่อMacdเเดงเเท่งเเรก เราก็ขายไป 25% 
6 เมื่อMacdเเดงเเท่งที่2 เราขายอีก 25% ทำเเบบนี้ไปเรื่อยๆจนหมด 
หรือ เราจะขายทีเดียวหมด 100% หรือเเบ่ง ไม้ละ 50% ก็ไม่มีใครว่าครับ 


ระบบนี้ผมเรียกว่า "เขียวเเบ่งซื้อ เเดงเเบ่งขาย" ฮ่าๆ ง่ายมั๊ยเเค่นี้ก็ลำใยเพียบเเล้วครับ ลองใช้กันดู ตลาดหุ้นมีทุกอย่างยกเว้น 'ความง่าย'

By Poc Udomwit












วันพุธที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Volumeมา ราคาถ่าง ดูอย่างไร

                บทความนี้ผมตั้งใจเเละเน้นเป็นพิเศษนะครับสำหรับการดู Volume กับสเปรดราคา(ค่าการถ่างของเเท่งเทียน) เเน่นอนหลายคนคงเห็นเหมือนผมตอนเเรก อุ๊ยๆ ตัวนี้โวลุ่มเข้า พรุ่งนี้มาเเน่เรยหว๊ะ  อ๊ายดูตัวนั้นสิกระพริบใหญ่เรยโวลุ่มเข้าชัวไปเเน่เข้าเรย เเต่เด๋วก่อนคุนรู้ได้งัยฟว๊ะ ว่ามันจะไปต่อมาเเค่ไหนที่เรียกว่าสวยเเค่ไหนที่เรียกว่างาม ใช้หลักการอะไรมาวัดว่ามันไปต่อ หรือเห็นว่าโวลุ่มขึ้นมาขนาดนั้นก็ว่าสวยเเล้ว การจะเล่นได้นั้นไม่ใช่สักเเต่ว่าโวลุ่มชี้โด่หรือโวลุ่มเเห้งก็เคาะขวามันก็ง่ายไปครับ  

              สิ่งที่ผมจะอธิบายก็คือ สเปรดราคาของเเท่งเทียนครับ ก็คือจุดต่ำสุดจนถึงจุดสูงสุดของเเท่งเทียนนั้นเอง  ถ้าเเท่งเทียนไม่มีไส้ก็คิดที่เเท่งเต็มครับ เเต่ถ้าระหว่างวันมีไส้เทียนด้วยให้คิดที่ครึ่งไส้ครับ ดูภาพปลากรอบ
                                   
              ส่วนสาเหตุที่ผมคิดเเท่งเทียนที่มีใส้เเค่ครึ่งใส้นั้นก็เพราะตัวเเทนจำนวนประชากรของใส้เทียนที่จุดบนเเละจุดล่างนั้นมีน้อยเลยถัวๆกันที่ครึ่งใส้ เพราะคนที่ซื้อได้ต่ำสุด กะคนที่ขายได้สูงสุด ไม่เพราะฟลุคก็เป็นเมียน้อยเจ้าหรือลูกเจ้า เเละครับ 




           กราฟหุ้นที่มีการถ่างออกของราคา เเละมีโวลุ่มหนาเเน่นยาวขึ้นมาในวันนั้นมากๆ มักเป็นการลงทุนของเจ้า ก็จริงอยู่ก่อนหน้านี้มันก็คงเก็บหุ้นมาบ้างเเล้วเเต่ก็ไม่เยอะเท่าที่คุณคิดหรอก เเละระหว่างนั้นก็อาจจะมีนักเล่นหุ้นเก็งกำไรบวกกับนักลงทุน VI ที่ได้เก็บหุ้นมาก่อนหน้านี้ซึ่งก็มีหุ้นมากพอสมควรในปริมาณที่มากพอๆกะที่เจ้าเก็บเเละเมื่อเจ้าเกิดการลากราคาขึ้นมาก็จะมีคนกลุ่มนี้ขายทำกำไรใส่หน้าเจ้าตลอดทางซึ่งเป็นภาระของเจ้าที่จะต้องรับซื้อหุ้นจำนวนมากตรงนี้ไว้ด้วยจึงเป็นเหตุให้ต้องดันราคาต่ออีกในวันถัดๆไป จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้โวลุ่มเเละสเปรดราคาถ่างออกงัยครับ ในตอนที่เกิดเเรกๆนี้ไม่มีการโยกย้ายซื้อขายกันเองของเจ้าหรอกครับ เม่าล้วนๆที่ขายใส่เจ้าตลอด




         เทคนิคการดูตรงนี้ควรเกิดสัญญาณในช่วงเเรกๆนะครับ จะสังเกตว่าก่อนหน้านั้นโวลุ่มจะไม่ค่อยมีมาก่อนอยู่ๆก็ชี้โด่ขึ้นมาเเละมาพร้อมกับสเปรดราคาตรงนี้ผมให้เน้นเรยนะครับถ้าเจอเเสดงว่าเราเจอสัญญาณการเริ่มรอบเเล้วครับ




สำหรับคนที่ยังใหม่ๆ ให้หาสัญญาณเเบบนี้นะครับขอเน้นอีกรอบ
เเบบนี้นะครับทุกวันนี้ก็ยังมีขยันๆหาหน่อยเเล้วคุณจะรวยเร็วครับ




       เมื่อเจอสัญญาณเเบบนี้เเล้วเเสดงว่าเป็นการเริ่มรอบเเล้วครับให้เราเกาะติดมันเรยครับส่วนมาก 90% ไปต่อเสมอครับ สุดท้ายขอให้ท่านหาขุมทรัพย์เหล่านี้ให้เป็นเเล้วนำให้ไปใช้ประโยชน์ให้ได้ผลมากที่สุดนะครับ


By Poc Udomwit

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ยากยิ่งนักกะการเป็น"เทรดเดอร์"

           โลกปัจจุบันในยุคไร้พรมเเดนมีอินเตอร์เน็ตให้ได้เล่นกันเเต่มีคนรุ่นใหม่เเละเก่า หลายคนสามารถหาเงินได้จากอินเตอร์เน็ต เเล้วก็มีอีกหลายคนที่สงสัยว่าเอ้ยเด็กสมัยนี้มันอยู่กันเเต่หน้าคอม มันไม่ทำงานกันรึงัยฟว๊ะ เห็นมันสิงอยู่เเต่ในร้านกาแฟ อยู่เเต่ในห้าง ในร้านอินเตอร์เน็ตหรือเเม้เเต่ในห้องเเคบๆหน้าจอคอมพิวเตอร์ เล่นเเต่โทรศัพท์ ทัสเเต่ไอเเพท สงสัยมันคงตกงานจนเพี้ยนไปเเล้ว เเต่คุนรู้หรือไม่ว่าไอ้คนเพี้ยนๆนี้เเหละสามารถทำเงินเข้ากระเป๋าได้หลายหมื่นเเสนถึงล้าน ต่อเดือน โดยเเม่งไม่ต้องออกจากบ้าน บางคนทำเท่หน่อยเปิดกราฟเทรดหุ้นตามร้านกาแฟ(เจ๋งเป็นบ้า)ให้คนอื่นสงสัย ไอ้นี่มันทำบ้าไรฟร๊ะ สงสัยพ่อมันรวยมั้งมันถึงไม่ต้องทำงานเล่นเเต่คอม(เคยทำกันมั๊ยครับ) อยากจะบอกว่านี่เเหละ อาชืพของคนรุ่นใหม่ที่เข้าเรียกว่าเทรดเดอร์ จริงๆเพิ่งจะเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมาไม่กี่สิบปี เพราะสไตร์ของอาชืพนี้ มันสามารถตอบโจทย์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชอบความสบาย ส่วนตัว ไม่ต้องยุ่งกะใคร ไม่ต้องเป็นลูกจ้าง อิสระได้อย่างลงตัว(เเหม่่ๆๆ) 
           เเล้วมันเล่นอะไรกันหว่า เทรดเดอร์เล่านี้ไม่จำกัดเฉพาะสินค้าเล่นเเม่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใกล้ตัวก็ Set(หุ้นไทยนี่เเหละ) ฟิวเจอร์ ทองคำ ค่าเงิน สินค้าการเกษตร ยางพารา หัวมัน ข้าวสาร เล่นเเม่งทุกอย่างขอเพียงทำเงินได้ โดยใช้เทคนิดการเทรดที่เเนวทางไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่เเล้วดูกราฟเป็นหลัก ปัจจัยพิ้นฐานเป็นรอง เพราะมันช้าไม่ทันใจเด็กรุ่นใหม่ ตรงนี้ก็เทคนิคส่วนตัวของเเต่ละคน 
           ชีวิตที่ดูเหมือนจะสบาย ทำเงินโดยใช้เเค่ปลายนิ้วนั้น ทำให้เด็กจบใหม่ หรือเเม้จะไม่จบ(เเซวเล่นอิอิ) ก็เริ่มให้ความสนใจ เเต่หลายคนก็ยังไม่กล้า เพราะถ้าว่ายังเป็นอะไรที่เเปลกใหม่รวมถึงยังเชื่อในเรื่องเดิมที่ฝังหัวว่า เดินตามผู้ใหญ่หมามันไม่กัด อยากรวยก็ทำงานกินเงินเดือนรู้จักเก็บหอม รอมริบออมอด ทำงานที่มั่นคง มีหัวโขน ไม่เสี่ยงงงง ไร้กังวล???
           เเต่ก็ไม่น้อยเลยสำหรับคนที่ยึดอาชีพนี้ เเต่เชื่อว่าคนที่ประสบความสำเร็จได้นั้นมีไม่ถึง 20 ต่อ 100 คน รูปกายภายนอกที่หลายคนมองว่าสวยหรู หาเงินง่ายๆ เค้าเหล่านี้ย่อมผ่านศึกมานับไม่ถ้วน เเละอย่างโซกโซน ผู้ที่อยู่รอดเชื่อได้เรยว่าเค้าเหล่านี้เกลือบตายมาเเล้วทุกคน T_T 
           กว่าจะขับมอไซได้ ไม่รู้ต้องล้มซักกี่ครั้ง กว่าจะเป็นเทรดเดอร์ได้นั้นล้มหนักยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า เพราะการเป็นนักเทรดนั้น ไม่ใช่เเค่คุนต้องศึกษามาดีพร้อมครบถ้วนกระบวนการ มีระบบที่ดีเลิสประเสริท ก็ยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดที่คุนจะประสบความสำเร็จในการเทรดได้ สิ่งที่เหนือกว่านั้นคืดการฝึกควมคุมอารมณ์ตัวเองได้ทุกสถานการณ์เเละต้องมีวินัย เชื่อเหอะมันไม่ง่ายเลย ไม่งั้นเค้าก็รวยกันหมดเเล้ว
          เเต่เเน่นอนถ้าคุนทำได้ก็เเสดงว่าช่วงเวลาที่คุนขับมอไซเป็น มันก็เป็นช่วงที่คุนปล่อยให้สัญชาติญาณขับเคลื่อนตัวคุนไปเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวกำไรได้ไม่รู้จบทุกวัน เพียงเเต่กว่าจะถึงวันนั้น คุนอาจโดนทุก โดนถีบ โดนต่อย โดนฟันหัวเเบะ ไม่รู้สักกี่รอบ จึงไม่เเปลกใจเรยว่าทำไมคนที่เพิ่งเข้ามาในสังเวียนนี้ถึงได้ล้มหายตายจากไป หน้าใหม่่มา หน้าเก่าไป วนอยู่เอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลาดจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าคุนจะรอดมั๊ย เเละยืนยันในตลาดนี้ได้ด้วยการขย้ำคนที่มันไม่สามารถสู้กะความโหดร้ายของตลาดนี้ได้ 
          เเต่ไม่ว่าตลาดนี้มันจะโหดเหี้ยมเเค่ไหน  โหดร้ายเพียงใด หากคุนมีความอดทน พยายาม มุ่งมั่นพัฒนาตนเองอยู่เสมอให้เก่งขึ้น ความคุมจิตใจเเละอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น ฝึกการมีวินัยในทุกๆการเทรด เเละเเน่นอนมันต้องใช้เวลา ผมเชื่อว่าคุนจะต้องเป็นจอมยุทร์อีกคนที่ใครต้อง อิจฉาริษยาห้าๆๆ เพราะรางวัลที่คุนจะได้จากตลาดนี้ มันคุ้มค่ากับการต่อสู้อย่างหนัก อย่างที่คุนเองยังคาดไม่ถึง(งงว่างั้นมันเยอะจิงๆนะ) เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จหลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่กะการเดินทางท่องเที่ยวสั่งอาหารโดยที่ไม่ต้องดูราคา เค้าเหล่านั้นเทรดผ่านมือถือ เเละอีกหลายๆคนใช้เวลาไปกับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ เเต่ก็เเอบเทรดผ่าน Ipad เเละยังสามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้สบาย พวกเค้าส่วนใหญ่เทรดได้วันหละหลายหมื่นถึงเเสนบาท ขอเเค่คุนปรับความคิดของคุนให้ถูกจุด ขอเเค่คุนอย่างเพิ่งยอมเเพ้ คุนก็สามารถดูดเงินเข้ากระเป๋าได้ง่ายๆ เเต่ละวันอาจทำได้หลายพันหลายหมื่น ได้เหมือนกัน มันอยู่ที่คุนพยายามพอหรือป่าว ทุมเทพอไหม เเละที่สำคัญคุนเเม่งสู้จิงรึป่าว !!
         




             จงอย่าลืมว่าการเปลี่ยนเเปลงไม่ได้ทำให้คุนประสบความสำเร็จได้เสมอไป เเต่ความสำเร็จล้วนต้องเกิดจากการเปลี่ยนเเปลง ผมหนึ่งคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเเต่ผมจะสู้ ทุ่มเทให้ถึงที่สุด จนประสบความสำเร็จให้ได้ คุนหละสู้ป่าว! โชคดีนะครับ 


By Poc Udomwit

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ซื้อ 100 หุ้นเพื่อความมั่นใจ


 หยิบประเดนซื้อขายทีหละ 100 มาเล่ากันให้ฟังครับ (ได้มาจากมาร์ สาวสวย) มีหลักอยู่ว่าเมื่อเราเริ่มลงทุนในหุ้น เล่นไปได้ซักพักกำไรบ้างขาดทุนบ้างรวมๆยังขาดทุนอยู่ ให้ลองใช้วิธีซื้อ 100 หุ้นครับวิธีนี้ คือเปิดกราฟ 30 นาทีเเล้วหาสัญญาณสำคัญๆ เช่น Bull Divergence (ราคากะอินดี้มันไปคนหละทางนั้นเเหละครับอิอิ) เเล้วเมื่อเจอสัญญาณให้เข้าซื้อทันที 100 หุ้นเป็นการลองครับเมื่อผิดทางก็กระโดดออกมาจะขาดทุนไม่เยอะมาก เเต่เมื่อถูกทางเราก็อัดเพิ่มไป ครับโดยดูหน้าจอ Bid Offer ไปด้วยว่ามีคนตามเรามารึป่าว(ซื้อตามนะ) ถ้ามีเเสดงว่าเราซื้อถูกต้องเเล้วถ้าผิดทางจิงๆอย่าไปเสียดายครับคัทออกมาหาจังหวะใหม่เพราะเราเล่นน้อยมาก100 หุ้นเอง ไอที่เราเห็นคนซื้อขายทีหละ 100 หุ้นอะก็วิธีนี้เเหละครับ อยากให้ลองดูครับวิธีนี้ก็เเค่ใช้อินดี้อย่างใดอย่างหนึ่ง Sto หรือ MACD เเละหุ้นพื้นถันดีในกลุ่มบูลจิ๊ฟ อย่างอื่นไม่ต้องยุ่ง ให้ลองจนกว่าจะลำใย ซื้อ 100 ครั้งควรลำใย 60 ครั้งขาดทุน 40 ครั้งถือว่าใช้ได้ครับ ถ้าทำได้จนคร่องเค้ารับรองมาว่าจะเกิน 80% ครับ นั้นหมายความว่าถ้ารบ 100   ครั้งชนะ 80 ครั้งโอ้มายก๊อดสุดยอด ส่วนสัญญาณขายก็เเล้วเเต่ครับให้มีลำใยเป็นพออย่าถือจนมาเท่าทุนหรือขาดทุนไม่งั้นบาป เอาเป็นว่าเเค่Macd ตัดจัดเลย 100 หุ้นนะฝึกไว้ครับจะได้ปืนไว อิอิ 



ขอให้โชคดีในการลงทุนครับ 
By Poc Udomwit

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

จัดหนักที่ Offer ไปเลยดีกว่ามั๊ย

           เมื่อเราเข้ามาในตลาดทุน เเล้วได้ศึกษาบริษัทมาอย่างดีเเล้วไม่ว่าจะเป็น รูปแบบการทำธุรกิจไปจนถึงพื้นฐานที่เเข็งเเกร่ง กำไรทุกปีมากกว่าธุรกิจในกลุ่มเดียวกันเเล้ว สิ่งที่คุณไม่ควรไม่ควรทำคือตั้งราคาBid รอไม่มันวิ่งลงมาเเม็ชเพราะคิดว่ายังไงนักลงทุนที่ซื้อๆขายๆย่อมทำให้ราคามันย่อเเละเเก่วงเเรงเด๋วมันก็ลงมาเเม็ชห้าๆเเต่หุ้นที่คุณวิเคราะห์มางั้นมันพื้นฐานดีนะ ควรเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้วิเคราะห์ไม่เช่นนั้นจะอด เพราะมันไม่มีทางลงมาเเม็ชให้คุณหรอก ห้าๆ เพื่อนผมคนนึงเป็นคนที่วิเคราะห็เเละอ่านเกมส์ค่อยข้างจะขาด เเต่สิ่งที่เค้าขาดคือเค้าขี้ง๊ก ห้าๆชอบต่อบางตัวราคามันลงมาเเม็ชให้ก็ดีไป เเต่เเล้วในที่สุดมันไม่ลงมาเค้าก็ตกรถ เมื่อราคาได้วิ่งไปเเล้วเค้าก็จะขยับราคาที่Bidตามขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวว่าถ้าไม่ได้ราคาที่ต้องการกำไรจะน้อยห้าๆๆ เเละเมื่อมันลงมาเเม็ช เเสดงว่ามันตกเเละก็ตกเลยห้าๆๆ ซวยเลยงานนี้อุตส่านั่งวิเคราะห์มากลายเป็นว่าตกรถเเล้วยังติดดอยอีก ดูสิคับว่าซวยเเค่ไหน อิอิ ที่เอามาเล่าให้ฟังก็อยากให้ทุกคนที่เป็นนักลงทุนที่วิเคราะห์หุ้นพื้นฐาน ได้ดีเเล้วควรจัดราคา Offer ไปเลยไม่งั้นคงตกรถเเละติดดอยในที่สุด ครับ


ขอให้นักลงทุนทุกคนมั่นใจในการวิเคราะห์ของตัวเองเเละเข้าซื้อที่ราคาตลาดไปเรยอย่าBidรอ เพราะหุ้นพื้นฐานดีนั้นราคาจะไม่ค่อยลงมาให้เเม็ช ครับจะเสียโอกาศเเละเกิดความกัวขึ้นมา




ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเพราะไปตั้ง Bid ที่ 47.00 ไม่ว่าวิเคราห์มาดีเเค่ไหน สุดท้ายก็เสียโอกาศเพราะ ง๊ก


By Poc Udomwit

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ดูฉันก่อนได้ไหม ก่อนที่จะซื้อ

   
          เนื่องจากมีนักลงทุนเข้ามาให้ความสนใจในบล็อกเล็กๆของผมกว่า 2500 page view เเล้วผมต้องขอขอบคุณมากนะคับ บทความนี้จะให้เรามาทำความรู้จักกะหุ้น ฮ่าๆ รู้จักมันซักนิดไม่เสียหลาย คับ หุ้นเป็นตราสารชนิดนึงที่กิจการต่างๆจะออกให้กับผู้ถือก็คนทั้งหลายที่อยากได้หุ้นก็จะเข้าไปซื้อ ก็ซื้อตราสารกันนี่เเหละคับ โดยที่ผู้ถือจะได้เป็นเจ้าของด้วยดูเหมือนรวยขึ้นได้เป็นเจ้าบริษัทต่างที่มีมากกว่า 500บริษัทให้ซื้อ เราจะมีส่วนได้เสียหรือมีสิทธิ์ในสินทรัพย์เเละรายได้ของบริษัทนั้นๆด้วย เมื่อเรารู้จักมันเเล้วก็มาดูซิว่ามันเจ๋งเเค่ไหน อย่างเเรกเราจะต้องรู้ว่าผลตอบเเทนมันคุ้มมั๊ยกะที่เราจะเสียเวลามาลงทุนเพราะว่ามันมีความเสี่ยงอย่างที่ทุกคนกล้วกัน เเต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หุ้นนั้นเเจ่ม เเละยังคงมีความเซ็กซี่ น่ารักในสายตาของนักลงทุนอีกหลายคน ที่ไม่ว่าจะเสี่ยงเเค่ไหนก็ยอมจะต้องมีหุ้นเป็นของตัวเองอยู่เสมอเพราะเห็นว่ามันมีโอกาศเสมอ ผลตอบเเทนในหุ้นมันก็คุ้มนะ ไม่ว่าจะเป็นปันผลเมื่อบริษัทมีกำไร ส่วนต่างราคาหุ้นเมื่อหุ้นขึ้น เเละอีกหลายๆอย่างรวมถึงความรู้ด้วย เเต่จะมองด้านเดียวก็ไม่ได้ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ นั้นก็คือความน่ากลัวของคนอีกหลายคนที่ยังหลัวเพราะคิดถึงความเสี่ยง หุหุ ความเสี่ยงนั้นจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจ เเละของบริษัทเวลานั้นๆ หากมันเจ๋งมีผลประกอบการดีเเถมเศรษฐกิจดีอีกมันก็มันส์ เเต่ถ้าตรงกันข้ามนั้นเเหละหายนะ หากเศรษฐกิจซบเซา บริษัทกำไรลดลง ค่อนไปในทางจะไปไม่รอด ผลตอบเเทนก็ไม่ต้องไปพูดถึง อาจจะทำให้นักลงทุนทุกท่านขาดทุนไปด้วยก็ได้ในเมื่อเราเป็นเจ้าบริษัทนี่ ดังนั้นเราจึงมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของความไม่เเน่นอนไม่ว่าจะเป็นเทพมาจากไหนก็ไม่เเน่นอน คุนควรตั้งจุดSL เสมอ ดังนั้นเราจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนให้มากคับ เพราะการศึกษาเป็นการลงทุนที่ถูกที่สุด 

By Poc Udomwit.

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

มาประยุกต์ใช้ Trend Line กันเถอะ

           ในบทความนี้เราจะมาประยุกต์ Trend Lineกัน เเต่ก่อนอื่นเราต้องไปรู้จักมันก่อนว่ามันคืออะไร Trend Line มันก็คือเส้นบอกเเนวโน้มว่าราคาหุ้นมันไปในเเนวโน้มไหนมีด้วยกันสามเเนวโน้มนั้นก็คือ เเนวโน้มขึ้น ลง เเละไปด้านข้าง การขีดๆเขียนๆ Trend Line นั้น


 เเนวโน้มขึ้นเราจะขีดจาก Low สุดไปยัง Higher Low เป็นสักษณะเฉียงขึ้น ถ้าหลุดเเสดงว่าเเนวโน้มเปลี่ยน



เเนวโน้มลงเราจะขีดจาก High สุดไปยัง Lower High เป็นลักษณะเฉียงลง ถ้าทะลุเเสดงว่าเเนวโน้มเปลี่ยน


เเนวโน้วออกด้านข้าง จะไม่น่าสนใจ


          ทั้งสามเเบบนี้หลายคนคงรู้จักกันมาเยอะเเล้ว เเต่เราจะมาประยุกต์ใช้ Trend Line กันใหม่โดยใช้ Speed Line กัน อาฮ่าเเจ่มเเค่ไหน ดูกัน Speed Line เป็นเครื่องมือ ที่ประกอบไปด้วย Trend Line กับเปอร์เซน Retracement 33% เเละ 66% เส้นนี้พัฒนาขึ้นมาโดยนาย Deson Gould ซึ่งเป็นการนำความคิดในเรื่องของการเเบ่งแนวโน้มออกเป็น 3 ส่วนมาประยุกต์ใช้ (งงอะดิ) หลักการสร้างก็จะเหมือนกันกับ Trend Line เพียงเเต่ว่าเราสามารถรู้ Target ของราคาได้ด้วย เมื่อราคาหลุดเเนวรับหรือทะลุเเนวต้าน(อะฮ่าสุดยอดๆ ต่อๆ) 

เเนวโน้มขึ้นก็วัดจาก Low ไป  Higher low เหมือนเป๊ะ เเต่เมื่อราคาทะลุลงมาหมายความว่าเเนวรับจะเปลี่ยนเป็นเเนวต้านทันที



เเนวโน้มลงก็วัดจาก High ไป  Lower High  เเต่เมื่อราคาทะลุขึ้นไปหมายความว่าเเนวต้านจะเปลี่ยนเป็นเเนวรับทันทีเช่นกัน


การเล่นควรเป็นการเล่นสั้นเท่านั้นจนกว่าราคาจะทะลุ 66% ไปได้ เเล้วจึงตามเพิ่ม สังเกตุว่าเมื่อราคาทะลุเเนวต้านใดขึ้นไปควรรอให้มันทดสอบจุดที่ทะลุเสียก่อนนะ อย่าเพิ่งไปตามเพราะเพิ่งทะลุมาต้องอ่อนเเรงเป็นธรรมดา อิอิ เมื่อทดสอบเเนวรับเสร็จจะเกิดรูปแบบการกลับตัวให้จัดการเรยคับ เเล้วตั้งSL ที่เเนวรับนั้นเเหละ เเจ่มมั๊ยละ หุหุ สุดท้าย การลงทุนคือเเผนการอันฉลาด ที่จะทำให้เราเคลื่อนจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยใช้ยานพาหนะได้หลายเเบบ  อาฮ้าหมายถึง เครื่องมือน่ะคับ ไม่เข้าใจหรือสงสัยตรงไหนสอบถามกันได้คับ โชคดีคับ 

By Poc Udomwit

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

คิดจะเล่นหุ้น ต้องใจหนักเเน่น

      มีคนส่วนใหญ่รู้ว่าจะต้องซื้อหุ้นให้ได้ตอนที่มันตกเยอะๆ เเล้วเอาไปขายตอนที่มันขึ้น เฮ้อ เเต่เรื่องจริงมีน้อยคนนะที่จะทำได้อย่างนี้ เพราะเรามองไม่เห็นอนาคต คุณลองนึกดูว่าหุ้นที่มันลง ลงเเล้วก็ลง เนี่ยคุณจะรู้ได้ยังใงว่ามันลงสุดเเล้ว เเล้วลองนึกกลับกันว่าถ้ามันขึ้นๆละ จะรู้ได้ใงว่ามันขึ้นสุดเเล้วตรงไหน จริงมั๊ยเเต่เราจะเกิดความกลัว ไอความกลัวนี่เเหละจะทำให้คุณไม่กล้าซื้อไอตอนที่หุ้นมันไต่ลง ไต่ลง เเล้วคุณไปซื้อตอนไหน ไปไล่เอาตอนมันวิ่งไปเป็น10% เเล้ว ทุกที(จากที่ผมสังเกต) เเล้วจากนั้นหุ้นก็วิ่งไปอีก 2-3% คุณเริ่มกลัวอีกเเล้ว กลัวว่ามันจะกลับหัวเมื่อไหร่หว๊ะ ขายดีกว่า (อื้มกำไร เเค่ 2-3%ดีกว่าขาดทุน) เเละเเล้วมันก็ไปอีกไกล 5-10% จิงม่ะ (โดนมากับตัวเรื่องจิงทั้งนั้น) เเต่นี่ไม่สำคัญ เพราะมันกำไร เเต่จะมีอีกพวกคือ ไปซื้อตอนหุ้นขึ้นไปเเล้ว20%เเล้วหุ้นลง นั้นงัย ซวยเลย เเล้วคุณก็ไม่คัทลอสใจไม่เเข็งไม่หนักเเน่พอ เเต่หุ้นมันก็ลงต่อ ลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็ไปตัดสินใจขายเอาตอนลบไปเเล้ว 40-50% (ไม่ไหวเเล้วโว๊ย บายนะหุ้นตัวนี้) นั้นงัยพอขายเเล้วมันก็กลับตัว (เอางัยกะกรูฟะ) เห้อะๆ จิงๆเเล้ว หุ้นนั้น ปีๆนึงจะมีขึ้นลง1-2 รอบเท่านั้นเเหละคับ การตัดสินใจซื้อเเละขาย ที่เหมาะสมก็สมควรจะ1-2 รอบเช่นกัน คุณจะต้องซื้ออย่างหนักเเน่น เเละขายอย่าโหดเฮี้ยม ดั้งนั้นเมื่อเห็นราคามันลงๆ 30-40-50%เเล้ว ท่านน่าจะพิจรนาทำใจให้กล้า ซื้อซักไม้โดยเฉพาะในหุ้นพื้นฐานดีนะย้ำนะว่าพื้นฐานดี กะโหลกกะลาไม่เอานะเด๋วถึงครู อังคนา  เเล้วถือไว้อย่างหนักเเน่นเเม้ว่าราคาจะลงต่อ 1-2 เดือน ก็ชั่งมันคิดว่าเราซื้อได้ถูก เข้าไว้ ยิ่งลงไปเเล้วเริ่มจะกลับตัว ขอให้ คุณกล้าเข้าอีกหนึ่งไม้ เเล้วพอมันขึ้นมาอีก จัดอีกหนึ่งไม้ มีกำไร 2-3% อย่าขายหมู จะขายทำไม ทนรวยไม่ได้หรอ เอาที30-40%ไปเลย จนกว่ามันจะเริ่มเป็นขาลง ท่านค่อยทยอยขาย อย่าขายทีเดียวหมดนะ เผื่อมันขึ้นต่อ 






สุดท้ายขอให้ทุกท่านมีใจหนักเเน่น เพราะเเค่พลาดรอบนี้ยังมีรอบใหม่เสมอ คับ เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆนักลงทุน ทุกคนนะ 


By Poc Udomwit

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

เสนอจุดเข้าถือหุ้นที่น่าสนใจ ด้วย ADX

        การใช้ ADX  เป็นระบบเกี่ยวกับการติดตามความเคลื่อนไหวของราคา คิดขึ้นโดย นาย J. Welles Wider. ระบบการชี้ทิศทางความเคลื่อนไหวนี้จะบรรจุข้อมูลของเส้น14วัน +DI เเละ -DI ไว้ตรงข้ามกัน โดยมีกฎว่า


ADX  จะเกิดสัญญาณ "ซื้อ" เมื่อ +DI ตัด -DI ขึ้น ADX>25 ชี้ขึ้น เมื่อ +DI ตัด -DI ขึ้น ราคาจะทำเเท่งสูงยังไม่ซื้อให้รอแท่งต่อไปว่าราคาจะต้องปิดสูงกว่าแท่งก่อนหน้า จึงซื้อได้
ADX จะเกิดสัญญาณ "ขาย" เมื่อ -DI ตัด +DI ขึ้น ADX>25 ชี้ขึ้น เมื่อ -DI ตัด +DI ขึ้น ราคาจะทำเเท่งต่ำยังไม่ขายให้รอแท่งต่อไปว่าราคาจะต้องปิดต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า จึงขายได้


ADX มากกว่า 25 จะมีเเนวโน้ม


ADX น้อยกว่า 25 จะ sideway ช่วงนี้ จะใช้ เเค่ STO เเละ MACD เล่นคับ



        บทความนี้มาจากการสังเกตุเเละทดสอบด้วยตัวเองนะคับเเนะนำให้ในระดับ WEEKหรือ DAY สำหรับ นักลงทุนระยะกลาง-สั้น เพราะค่าความผันผวนจะลดลงน้อยหน่อยคับ 

จุดสังเกตุจะมีดังนี้คับ
1 STO ตัดขึ้น
2 MACD กำลังม้วนขึ้นวันเเรกๆหรือสองวันเเรกๆ
3 ADX +DI กำลังจะตัด -DI ขึ้น หรือตัดขึ้นไปเเล้ว เเละต้องชี้ขึ้น


แถมให้ เมื่อเห็นสัญญาณ ราคาตัด EMA5เเละ EMA10 ลงมา เเต่ EMA5 ไม่ได้ตัด EMA10 ลงมาด้วย จุดนี้พิจารนาเก็บได้ด้วยคับ สำหรับคนที่ชอบใช้ EMA นะ



สุดท้ายก็อยู่ที่ใจเเล้วหละคับว่าจะทำกันได้มั๊ย รอสัญญาณทุกตัวให้ได้เเล้วคุณจะกำไร


By.Poc Udomwit

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

การลงทุนเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง ?

         คุณเคยมีความฝันเเบบนี้ไหม ผมว่าหลายคนคงอยากเป็นอย่างนี้  อยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยวดูใบ อยากมีเงินเก็บไว้ใช้ตอนที่ยังไม่เเก่  อยากได้รถสปอตสุดจ๊าบมาขับ อยากมีเงินเก็บร้อยล้าน อยากส่งลูกไปเรียนที่ไซปัส อยากมีบ้านหลังใหญ่ๆมีคนใช้สวยๆ (เว่อร์ๆหน่อยอิอิ) ผมว่าหลายคนคงเคยฝันเเบบนี้ เเต่เเล้วทุกอย่างกว่าจะได้มาเป็นความจิง มันไม่ง่ายเลยเเต่ละอย่างต้องใช่เงินเยอะ หลายคนทนเก็บเงินนานมากก็ยังไม่ได้ บางคนออมเงินในธนาคารที่ดอกเบี้ยน้อยกว่าราคาสิ้นค้าที่เพิ่มขึ้นเร็วเสียอีก เเล้วมันจะได้หรอ จะรวยหรอเอ๊ะถ้าเราไม่รวยคนอื่นก็ต้องไม่รวยอ้าวพาลอีก อิอิ เเต่เชื่อมั๊ยว่าการลงทุนมันสามารถเพิ่มผลตอบเเทนให้กับเงินออมของคุณได้ทำให้บรรลุเป้าหมายต่างๆในชีวิตได้เร็วขึ้น จะไปเที่ยวดูใบหรอ สบายๆจิ๊บๆ เพราะการลงทุนมันคือเส้นทางลัดสู่ความมั่งคั่ง อะฮ้าสุดเยี่ยม การออกตัวที่ดี ตั้งตัวที่เร็ว เเล้วทำตามแผนที่วางไว้จะช่วยให้ติดเทอร์โบไปรวยเร็วขึ้นอีกเเม่เจ้า!!




          สำหรับนักลงทุนมือใหญ่อย่างคุณๆทั้งหลาย หรือผมนั้นที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเเละไม่รู้จะเริ่มอย่างไรลองนี่!


       ต้องรู้จักตัวเองก่อน เอ๊ะหลายคนบอกคุณจะบ้าหรอไม่รู้จักตัวเอง ไอที่ว่าให้รู้จักตัวเองอะมันเเบบนี้อย่างเเรกต้องรู้ก่อนว่าเป้าหมายที่เราวางอะ มันสุดยอดเเค่ไหน การลงทุนของคุณคืออะไร เพื่อเพิ่มรายได้ เพื่ออนาคต เพื่อชนะเงินเพ้อ หรืออะไรก็เเล้วเเต่ได้ทั้งนั้นทุกอย่างคือทางสู่ความมั่งคั่งทั้งนั้น


        จากนั้นก็พิจารนาเงื่อนใข ในการลงทุนว่ารับความเสี่ยงกันได้ป่าว ได้เเล้วได้เเคไหนต้องการผลกำไรเท่าไหร เงินต้นเเค่ไหน มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาในการลงทุนหรือไม่ เพราะสิ่งนี้จะตอบคุณได้ว่าคุณเป็นนักลงทุนเเบบไหน เเบบตื่นเต้น หรือเเบบกินคำโตๆ


         เมื่อรู้เงื่อนใขในตัวเราเเล้วต่อไปต้องมารู้จักตัวสินค้า พูดง่ายๆคือเลือกว่าชอบเเบบไหน เลือกเลยเพราะปัจจุบันการลงทุนมีให้คุณเลือกเยอะทุกอย่างลงทุนได้ทั้งนั้น (เยอะจิงๆ) ไม่ว่าจะเป็น ตัวเงินตัวทอง(เอ้ย) เงินหรือทองคำ น้ำมัน รวงข้าว ยางพารา ปลากระป๋อง น่าน หรือ หุ้น หุ้นสามัญ พันธบัตร กองทุนรวม บ้าน รถยนต์ เห้อ เยอะ ซึ้งเเต่ละอย่างก็อาจมีเงื่อนใขที่ต่างกันออกไป ศึกษาให้อะเอียดนะคับ  การทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณลักษณะ ความเสี่ยง ผลตอบเเทน ตลอดถึง ข้อดีข้อเสียของทางเลือกต่างๆจึงมีส่วนในการช่วยจัดการเรื่องเงินลงทุนได้ดีเเละสอดคล้องกับเป้าหมายของเราที่ตั้งไว้ได้ เช่นคุณมีเงินลงทุนก้อนนึง เเล้วอายุก็ยังไม่มาก รับความเสี่ยงได้เยอะก็อาจจะลงทุนในหุ้นได้


         สุดท้ายก็ต้องมารู้จักจังหวะ จังหวะนี่สำคัญโคตรเเม่ง บางคนไปซื้อที่ดอยเเล้วขายตีนดอยทำเเบบนี้เมื่อไหร่จะรวยก็ต้องเจ็บตัวล้มหายตายจากไปทุกที เพราะความไม่รู้เเละเข้าใจที่ดี การเข้าใจที่ดีต้องเข้าใจเกี่ยบกับปัจจัยต่างที่ขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ การเมือง สึนามิที่ภูเก็ต จิตวิทยามวลชน เเละปัจจัยอื่นๆอีกที่มีผลกระทบต่อการลงทุน จะทำให้คุณๆ มีวิชา มีกลยุทธ์ที่เเตกต่างจากตลาด รวมถึงความสามารถในการตัดสินใจเข้าลงทุนที่ทำผลตอบเเทนได้มากมายในเเต่ละช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม จะเห็นว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่บอกไม่ว่าคุณเป็นใคร คนตัดยางเเถวบ้านๆยังลงทุนในยางพาราได้เลยสุดยอด ที่พูดมานี่ประเทศไทยเรามีครบเเต่คุณไม่ศึกษากันเอง อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนย่อมที่ความเสี่ยงเเต่คุณสามารถจัดการกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้ด้วยการ จัดสรรเงินลงทุนที่ดี ลงทุนในหลายตัว อย่าใส่ใข่ไว้ในตระกร้าเดียวกัน okมั๊ย โชคดีคับทุกท่าน


By. Poc Udomwit

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

ลงทุนหุ้นเติบโต ผมว่ามันเจ๋งนะ

          อ่าฮ้า เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้นเติบโตก็คือ ลงทุนในหุ้นที่มีกำไรมากมายไงอย่างน้อยการเติบโตของกำไรจะต้องไม่น้อยกว่า 20%ทุกปี ไม่ใช่หุ้น PE ต่ำเเต่เป็น สูงหรือต่ำก็ได้เเต่ต้องโต อิอิ (ชอบของโตๆ) ยิ่งเป็นการลงทุนในหุ้นตัวเร็วเกลือบทั้งพอร์ตยิ่งน่าสนใจนะ อ่า เเล้วมีวิธียังใงหละที่จะเลือกหุ้นดีดีซัก สอง สาม ตัวมาอยู่ในพอร์ตเราอย่างเติบโต 




           ขั้นเเรกหุ้นเติบโตจะเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบเเทนได้เยอะเเยะ ราคาหุ้นจะทยานขึ้นตามกำไรของบริษัทอย่างเร็ว(ชอบๆ) ถ้ากำไรเพิ่มราคาหุ้นจะเพิ่มตามอย่างน้อยก็ในระยะยาวหละว้า ในระยะสั้นหุ้นก็จะตามอารมณ์ของตลาด อาจเเกว่งบ้าง ขึ้นบ้างลงบ้างต้องใจเย็นเหมือนน้ำเเข็งอิอิ ต้องมีเวลาเกาะติดบ้างเเต่ไม่จำเป็นต้องมากมาย เพราะปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นอยู่ที่กำไรของบริษัทที่เค้าประกาศออกมาในเเต่ละไตรมาส ในเมื่อกำไรเยอะปันผลก็ต้องเยอะ เเล้วปัจจัยข่าวดีจะตามมาทีหลังนั้นคือ คุณรวยคับ ห้าๆๆๆเเจ่ม บริษัทพวกนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องก็เพราะพฤติกรรมของคนเราที่เปลื่ยนไปด้วยเช่นกัน อย่างเช่นเมื่อก่อนเดินเด๋วดีขับรถ พอเห็นเพื่อนมี่รถสวยอยากมีบ้าง เมื่อก่อนใช้3310 เด๋วนี้ Iphone 4S เมื่อก่อนชอบซื้อของชำเเถวบ้าน เด๋วนี้ต้อง 7-11 เมื่อก่อนหยุดงานอยู่บ้านเด๋วนี้หยุดงานต้องเดินห้างเมื่อก่อน Hi5 เด๋วนี้ Facebook ห้าที่พูดมาจิงมั๊ย ผลกระทบของคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมนี้ได้สร้าง ดีมานขึ้นมาให้กับหลายๆธุรกิจ ทำให้บางธุรกิจเติบโตด้วยซับพลายเชน เพราะดีมานเซนของคนพวนนี้นั้นเอง พอเรามองเห็นอนาคตกระเเสสังคมที่กำลังมาเเสดงว่าคุณมองเห็นหนทางรวยห้าๆๆ เมื่อเรารู้เราก็จะเห็นกลุ่มบริษัทไหนมันจะมา การดูบริษัทที่มันจะโต มองง่ายกว่าการดูบริษัทที่ไม่โตเเล้ว เพราะบริษัทจะไม่ต้องออกเเรงมากในการเติบโตกระเเสสังคมมันจะพาไปเองอิอิ เเล้วเราก็เลือกบริษัทที่ดีที่สุด(ที่เรามองเห็นราคาอัพไซน์สูงๆ) ในอุตสาหกรรมนั้นๆผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์มองเห็นการเติบโตอย่างสุดยอด เพราะถ้าผู้บริหารไม่สุดยอดเเล้วคุณจะเข้าถือหุ้นเค้าทำไมถึงบริษัทจะโตได้ดีเเต่โอกาศในการฉกฉวยกำไรจะมีได้น้อยก็เพราะมันไม่เก่งไงหละ

           ขั้นที่สองต้องมองว่าหุ้นบริษัทนั้นๆเป็นยักใหญ่ในกลุ่มที่ทำตัวดีกว่าเพื่อนๆมเเข็งเเรงกว่าเพื่อนง่ายๆคือหัวโจก อะห้าๆๆ จะต้องมีความสามารถในการเเข่งขันที่สูงเอาชนะตลอดในระยะยาว ไม่งั้นอาจจะล้มตายไปจากตลาดก็เพราะการเเข่งขันที่รุนเเรง นั้นคือบริษัทจะต้องมีความได้เปรียบบริษัทอื่นๆอย่างเช่น จะต้องมีเเบรนที่เยื่อมใครๆก็ต้องรู้จัก สามารถครองใจลูกค้าในตลอดไม่เกี่ยงราคาทำให้สามารถตั้งราคาขายสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆได้ เเละบริษัทจะต้องเป็นตัวเลือกเเลกๆในใจของลูกค้าเเค่นั้นจบ
           ต้นทุนของบริษัทก็ต้องได้เปรียบเช่นกัน ต้นทุนคุณถูกอะคุณจะตั้งราคาขายต่ำกว่าคนอื่น(คู่เเข่ง)มันก็ไม่มีใครว่าจิงมั๊ย โดยเฉพาะบริษัทที่กำไรเกินคาดบ่อยๆ เเต่ต้นทุนไม่ค่อยเพิ่มยิ่งดีเลยเเละยอดขายที่เพิ่มทำให้สั่งของจากซับพลายได้เพิ่มเรื่อยๆเเละที่สำคัญเมื่อสั่งเยอะก็สามารถต่อราคาลงได้เรื่อยๆ เเละมีการบริหารจัดการได้ดี ลดงานที่ซ้ำซ้อน ลดคนงาน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้มาก การบริหารที่ดีจะทำให้ได้เปรียบคู่เเข็งได้เยอะ สามอย่างนี้ทั้ง เเบรน ต้นทุน เเล้วการบริหารจะเป็นตัวบอกว่ายริษัทมันจะโตไปได้มากหรือไม่ นี่เเหละ เทพ!!

          ขั้นที่สามเงินสดบริษัทรวยเเค่ไหนเงินสดเป็นยังไงต้องดูครับ เพราะถ้าเงินสดไม่ดีการเติบโตก็จะสะดุดต้องเพิ่มทุน ซึ่งไม่ดีต่อผู้ถือหุ้นเลย บริษัทจะต้องลงทุนน้อย เพิ่มทุนไม่บ่อย ลงทุนทีได้ผลตอบเเทนเยอะๆ ค้าขายรับเงิกสด การค้าขายกับลูกค้าที่ไม่ค่อยต่อราคา(เหมือน7-11ไม่มีใครต่อราคาไส้กรอกอิอิ) ค้าขายกับรายใหญ่ที่มีประวัติการจ่ายเงินที่ตรงเวลา ทำให้บริษัทเหลือเงินสดมาก ใว้ลงทุนเพิ่ม จ่ายปันผลหรือซื้อหุ้นคืน เพียงเท่านี้คุณก็ลงทุนในหุ้นเติบโตได้เเล้วคับ 

สุดท้ายขอให้โชคดีกันทุกท่านคับ  By. Poc Udomwit