วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

มาประยุกต์ใช้ Trend Line กันเถอะ

           ในบทความนี้เราจะมาประยุกต์ Trend Lineกัน เเต่ก่อนอื่นเราต้องไปรู้จักมันก่อนว่ามันคืออะไร Trend Line มันก็คือเส้นบอกเเนวโน้มว่าราคาหุ้นมันไปในเเนวโน้มไหนมีด้วยกันสามเเนวโน้มนั้นก็คือ เเนวโน้มขึ้น ลง เเละไปด้านข้าง การขีดๆเขียนๆ Trend Line นั้น


 เเนวโน้มขึ้นเราจะขีดจาก Low สุดไปยัง Higher Low เป็นสักษณะเฉียงขึ้น ถ้าหลุดเเสดงว่าเเนวโน้มเปลี่ยน



เเนวโน้มลงเราจะขีดจาก High สุดไปยัง Lower High เป็นลักษณะเฉียงลง ถ้าทะลุเเสดงว่าเเนวโน้มเปลี่ยน


เเนวโน้วออกด้านข้าง จะไม่น่าสนใจ


          ทั้งสามเเบบนี้หลายคนคงรู้จักกันมาเยอะเเล้ว เเต่เราจะมาประยุกต์ใช้ Trend Line กันใหม่โดยใช้ Speed Line กัน อาฮ่าเเจ่มเเค่ไหน ดูกัน Speed Line เป็นเครื่องมือ ที่ประกอบไปด้วย Trend Line กับเปอร์เซน Retracement 33% เเละ 66% เส้นนี้พัฒนาขึ้นมาโดยนาย Deson Gould ซึ่งเป็นการนำความคิดในเรื่องของการเเบ่งแนวโน้มออกเป็น 3 ส่วนมาประยุกต์ใช้ (งงอะดิ) หลักการสร้างก็จะเหมือนกันกับ Trend Line เพียงเเต่ว่าเราสามารถรู้ Target ของราคาได้ด้วย เมื่อราคาหลุดเเนวรับหรือทะลุเเนวต้าน(อะฮ่าสุดยอดๆ ต่อๆ) 

เเนวโน้มขึ้นก็วัดจาก Low ไป  Higher low เหมือนเป๊ะ เเต่เมื่อราคาทะลุลงมาหมายความว่าเเนวรับจะเปลี่ยนเป็นเเนวต้านทันที



เเนวโน้มลงก็วัดจาก High ไป  Lower High  เเต่เมื่อราคาทะลุขึ้นไปหมายความว่าเเนวต้านจะเปลี่ยนเป็นเเนวรับทันทีเช่นกัน


การเล่นควรเป็นการเล่นสั้นเท่านั้นจนกว่าราคาจะทะลุ 66% ไปได้ เเล้วจึงตามเพิ่ม สังเกตุว่าเมื่อราคาทะลุเเนวต้านใดขึ้นไปควรรอให้มันทดสอบจุดที่ทะลุเสียก่อนนะ อย่าเพิ่งไปตามเพราะเพิ่งทะลุมาต้องอ่อนเเรงเป็นธรรมดา อิอิ เมื่อทดสอบเเนวรับเสร็จจะเกิดรูปแบบการกลับตัวให้จัดการเรยคับ เเล้วตั้งSL ที่เเนวรับนั้นเเหละ เเจ่มมั๊ยละ หุหุ สุดท้าย การลงทุนคือเเผนการอันฉลาด ที่จะทำให้เราเคลื่อนจากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยใช้ยานพาหนะได้หลายเเบบ  อาฮ้าหมายถึง เครื่องมือน่ะคับ ไม่เข้าใจหรือสงสัยตรงไหนสอบถามกันได้คับ โชคดีคับ 

By Poc Udomwit

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

คิดจะเล่นหุ้น ต้องใจหนักเเน่น

      มีคนส่วนใหญ่รู้ว่าจะต้องซื้อหุ้นให้ได้ตอนที่มันตกเยอะๆ เเล้วเอาไปขายตอนที่มันขึ้น เฮ้อ เเต่เรื่องจริงมีน้อยคนนะที่จะทำได้อย่างนี้ เพราะเรามองไม่เห็นอนาคต คุณลองนึกดูว่าหุ้นที่มันลง ลงเเล้วก็ลง เนี่ยคุณจะรู้ได้ยังใงว่ามันลงสุดเเล้ว เเล้วลองนึกกลับกันว่าถ้ามันขึ้นๆละ จะรู้ได้ใงว่ามันขึ้นสุดเเล้วตรงไหน จริงมั๊ยเเต่เราจะเกิดความกลัว ไอความกลัวนี่เเหละจะทำให้คุณไม่กล้าซื้อไอตอนที่หุ้นมันไต่ลง ไต่ลง เเล้วคุณไปซื้อตอนไหน ไปไล่เอาตอนมันวิ่งไปเป็น10% เเล้ว ทุกที(จากที่ผมสังเกต) เเล้วจากนั้นหุ้นก็วิ่งไปอีก 2-3% คุณเริ่มกลัวอีกเเล้ว กลัวว่ามันจะกลับหัวเมื่อไหร่หว๊ะ ขายดีกว่า (อื้มกำไร เเค่ 2-3%ดีกว่าขาดทุน) เเละเเล้วมันก็ไปอีกไกล 5-10% จิงม่ะ (โดนมากับตัวเรื่องจิงทั้งนั้น) เเต่นี่ไม่สำคัญ เพราะมันกำไร เเต่จะมีอีกพวกคือ ไปซื้อตอนหุ้นขึ้นไปเเล้ว20%เเล้วหุ้นลง นั้นงัย ซวยเลย เเล้วคุณก็ไม่คัทลอสใจไม่เเข็งไม่หนักเเน่พอ เเต่หุ้นมันก็ลงต่อ ลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็ไปตัดสินใจขายเอาตอนลบไปเเล้ว 40-50% (ไม่ไหวเเล้วโว๊ย บายนะหุ้นตัวนี้) นั้นงัยพอขายเเล้วมันก็กลับตัว (เอางัยกะกรูฟะ) เห้อะๆ จิงๆเเล้ว หุ้นนั้น ปีๆนึงจะมีขึ้นลง1-2 รอบเท่านั้นเเหละคับ การตัดสินใจซื้อเเละขาย ที่เหมาะสมก็สมควรจะ1-2 รอบเช่นกัน คุณจะต้องซื้ออย่างหนักเเน่น เเละขายอย่าโหดเฮี้ยม ดั้งนั้นเมื่อเห็นราคามันลงๆ 30-40-50%เเล้ว ท่านน่าจะพิจรนาทำใจให้กล้า ซื้อซักไม้โดยเฉพาะในหุ้นพื้นฐานดีนะย้ำนะว่าพื้นฐานดี กะโหลกกะลาไม่เอานะเด๋วถึงครู อังคนา  เเล้วถือไว้อย่างหนักเเน่นเเม้ว่าราคาจะลงต่อ 1-2 เดือน ก็ชั่งมันคิดว่าเราซื้อได้ถูก เข้าไว้ ยิ่งลงไปเเล้วเริ่มจะกลับตัว ขอให้ คุณกล้าเข้าอีกหนึ่งไม้ เเล้วพอมันขึ้นมาอีก จัดอีกหนึ่งไม้ มีกำไร 2-3% อย่าขายหมู จะขายทำไม ทนรวยไม่ได้หรอ เอาที30-40%ไปเลย จนกว่ามันจะเริ่มเป็นขาลง ท่านค่อยทยอยขาย อย่าขายทีเดียวหมดนะ เผื่อมันขึ้นต่อ 






สุดท้ายขอให้ทุกท่านมีใจหนักเเน่น เพราะเเค่พลาดรอบนี้ยังมีรอบใหม่เสมอ คับ เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆนักลงทุน ทุกคนนะ 


By Poc Udomwit

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2555

เสนอจุดเข้าถือหุ้นที่น่าสนใจ ด้วย ADX

        การใช้ ADX  เป็นระบบเกี่ยวกับการติดตามความเคลื่อนไหวของราคา คิดขึ้นโดย นาย J. Welles Wider. ระบบการชี้ทิศทางความเคลื่อนไหวนี้จะบรรจุข้อมูลของเส้น14วัน +DI เเละ -DI ไว้ตรงข้ามกัน โดยมีกฎว่า


ADX  จะเกิดสัญญาณ "ซื้อ" เมื่อ +DI ตัด -DI ขึ้น ADX>25 ชี้ขึ้น เมื่อ +DI ตัด -DI ขึ้น ราคาจะทำเเท่งสูงยังไม่ซื้อให้รอแท่งต่อไปว่าราคาจะต้องปิดสูงกว่าแท่งก่อนหน้า จึงซื้อได้
ADX จะเกิดสัญญาณ "ขาย" เมื่อ -DI ตัด +DI ขึ้น ADX>25 ชี้ขึ้น เมื่อ -DI ตัด +DI ขึ้น ราคาจะทำเเท่งต่ำยังไม่ขายให้รอแท่งต่อไปว่าราคาจะต้องปิดต่ำกว่าแท่งก่อนหน้า จึงขายได้


ADX มากกว่า 25 จะมีเเนวโน้ม


ADX น้อยกว่า 25 จะ sideway ช่วงนี้ จะใช้ เเค่ STO เเละ MACD เล่นคับ



        บทความนี้มาจากการสังเกตุเเละทดสอบด้วยตัวเองนะคับเเนะนำให้ในระดับ WEEKหรือ DAY สำหรับ นักลงทุนระยะกลาง-สั้น เพราะค่าความผันผวนจะลดลงน้อยหน่อยคับ 

จุดสังเกตุจะมีดังนี้คับ
1 STO ตัดขึ้น
2 MACD กำลังม้วนขึ้นวันเเรกๆหรือสองวันเเรกๆ
3 ADX +DI กำลังจะตัด -DI ขึ้น หรือตัดขึ้นไปเเล้ว เเละต้องชี้ขึ้น


แถมให้ เมื่อเห็นสัญญาณ ราคาตัด EMA5เเละ EMA10 ลงมา เเต่ EMA5 ไม่ได้ตัด EMA10 ลงมาด้วย จุดนี้พิจารนาเก็บได้ด้วยคับ สำหรับคนที่ชอบใช้ EMA นะ



สุดท้ายก็อยู่ที่ใจเเล้วหละคับว่าจะทำกันได้มั๊ย รอสัญญาณทุกตัวให้ได้เเล้วคุณจะกำไร


By.Poc Udomwit

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

การลงทุนเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง ?

         คุณเคยมีความฝันเเบบนี้ไหม ผมว่าหลายคนคงอยากเป็นอย่างนี้  อยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยวดูใบ อยากมีเงินเก็บไว้ใช้ตอนที่ยังไม่เเก่  อยากได้รถสปอตสุดจ๊าบมาขับ อยากมีเงินเก็บร้อยล้าน อยากส่งลูกไปเรียนที่ไซปัส อยากมีบ้านหลังใหญ่ๆมีคนใช้สวยๆ (เว่อร์ๆหน่อยอิอิ) ผมว่าหลายคนคงเคยฝันเเบบนี้ เเต่เเล้วทุกอย่างกว่าจะได้มาเป็นความจิง มันไม่ง่ายเลยเเต่ละอย่างต้องใช่เงินเยอะ หลายคนทนเก็บเงินนานมากก็ยังไม่ได้ บางคนออมเงินในธนาคารที่ดอกเบี้ยน้อยกว่าราคาสิ้นค้าที่เพิ่มขึ้นเร็วเสียอีก เเล้วมันจะได้หรอ จะรวยหรอเอ๊ะถ้าเราไม่รวยคนอื่นก็ต้องไม่รวยอ้าวพาลอีก อิอิ เเต่เชื่อมั๊ยว่าการลงทุนมันสามารถเพิ่มผลตอบเเทนให้กับเงินออมของคุณได้ทำให้บรรลุเป้าหมายต่างๆในชีวิตได้เร็วขึ้น จะไปเที่ยวดูใบหรอ สบายๆจิ๊บๆ เพราะการลงทุนมันคือเส้นทางลัดสู่ความมั่งคั่ง อะฮ้าสุดเยี่ยม การออกตัวที่ดี ตั้งตัวที่เร็ว เเล้วทำตามแผนที่วางไว้จะช่วยให้ติดเทอร์โบไปรวยเร็วขึ้นอีกเเม่เจ้า!!




          สำหรับนักลงทุนมือใหญ่อย่างคุณๆทั้งหลาย หรือผมนั้นที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเเละไม่รู้จะเริ่มอย่างไรลองนี่!


       ต้องรู้จักตัวเองก่อน เอ๊ะหลายคนบอกคุณจะบ้าหรอไม่รู้จักตัวเอง ไอที่ว่าให้รู้จักตัวเองอะมันเเบบนี้อย่างเเรกต้องรู้ก่อนว่าเป้าหมายที่เราวางอะ มันสุดยอดเเค่ไหน การลงทุนของคุณคืออะไร เพื่อเพิ่มรายได้ เพื่ออนาคต เพื่อชนะเงินเพ้อ หรืออะไรก็เเล้วเเต่ได้ทั้งนั้นทุกอย่างคือทางสู่ความมั่งคั่งทั้งนั้น


        จากนั้นก็พิจารนาเงื่อนใข ในการลงทุนว่ารับความเสี่ยงกันได้ป่าว ได้เเล้วได้เเคไหนต้องการผลกำไรเท่าไหร เงินต้นเเค่ไหน มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาในการลงทุนหรือไม่ เพราะสิ่งนี้จะตอบคุณได้ว่าคุณเป็นนักลงทุนเเบบไหน เเบบตื่นเต้น หรือเเบบกินคำโตๆ


         เมื่อรู้เงื่อนใขในตัวเราเเล้วต่อไปต้องมารู้จักตัวสินค้า พูดง่ายๆคือเลือกว่าชอบเเบบไหน เลือกเลยเพราะปัจจุบันการลงทุนมีให้คุณเลือกเยอะทุกอย่างลงทุนได้ทั้งนั้น (เยอะจิงๆ) ไม่ว่าจะเป็น ตัวเงินตัวทอง(เอ้ย) เงินหรือทองคำ น้ำมัน รวงข้าว ยางพารา ปลากระป๋อง น่าน หรือ หุ้น หุ้นสามัญ พันธบัตร กองทุนรวม บ้าน รถยนต์ เห้อ เยอะ ซึ้งเเต่ละอย่างก็อาจมีเงื่อนใขที่ต่างกันออกไป ศึกษาให้อะเอียดนะคับ  การทำความเข้าใจเกี่ยวกับคุณลักษณะ ความเสี่ยง ผลตอบเเทน ตลอดถึง ข้อดีข้อเสียของทางเลือกต่างๆจึงมีส่วนในการช่วยจัดการเรื่องเงินลงทุนได้ดีเเละสอดคล้องกับเป้าหมายของเราที่ตั้งไว้ได้ เช่นคุณมีเงินลงทุนก้อนนึง เเล้วอายุก็ยังไม่มาก รับความเสี่ยงได้เยอะก็อาจจะลงทุนในหุ้นได้


         สุดท้ายก็ต้องมารู้จักจังหวะ จังหวะนี่สำคัญโคตรเเม่ง บางคนไปซื้อที่ดอยเเล้วขายตีนดอยทำเเบบนี้เมื่อไหร่จะรวยก็ต้องเจ็บตัวล้มหายตายจากไปทุกที เพราะความไม่รู้เเละเข้าใจที่ดี การเข้าใจที่ดีต้องเข้าใจเกี่ยบกับปัจจัยต่างที่ขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจ การเมือง สึนามิที่ภูเก็ต จิตวิทยามวลชน เเละปัจจัยอื่นๆอีกที่มีผลกระทบต่อการลงทุน จะทำให้คุณๆ มีวิชา มีกลยุทธ์ที่เเตกต่างจากตลาด รวมถึงความสามารถในการตัดสินใจเข้าลงทุนที่ทำผลตอบเเทนได้มากมายในเเต่ละช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม จะเห็นว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่บอกไม่ว่าคุณเป็นใคร คนตัดยางเเถวบ้านๆยังลงทุนในยางพาราได้เลยสุดยอด ที่พูดมานี่ประเทศไทยเรามีครบเเต่คุณไม่ศึกษากันเอง อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนย่อมที่ความเสี่ยงเเต่คุณสามารถจัดการกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้ด้วยการ จัดสรรเงินลงทุนที่ดี ลงทุนในหลายตัว อย่าใส่ใข่ไว้ในตระกร้าเดียวกัน okมั๊ย โชคดีคับทุกท่าน


By. Poc Udomwit

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

ลงทุนหุ้นเติบโต ผมว่ามันเจ๋งนะ

          อ่าฮ้า เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้นเติบโตก็คือ ลงทุนในหุ้นที่มีกำไรมากมายไงอย่างน้อยการเติบโตของกำไรจะต้องไม่น้อยกว่า 20%ทุกปี ไม่ใช่หุ้น PE ต่ำเเต่เป็น สูงหรือต่ำก็ได้เเต่ต้องโต อิอิ (ชอบของโตๆ) ยิ่งเป็นการลงทุนในหุ้นตัวเร็วเกลือบทั้งพอร์ตยิ่งน่าสนใจนะ อ่า เเล้วมีวิธียังใงหละที่จะเลือกหุ้นดีดีซัก สอง สาม ตัวมาอยู่ในพอร์ตเราอย่างเติบโต 




           ขั้นเเรกหุ้นเติบโตจะเป็นหุ้นที่สร้างผลตอบเเทนได้เยอะเเยะ ราคาหุ้นจะทยานขึ้นตามกำไรของบริษัทอย่างเร็ว(ชอบๆ) ถ้ากำไรเพิ่มราคาหุ้นจะเพิ่มตามอย่างน้อยก็ในระยะยาวหละว้า ในระยะสั้นหุ้นก็จะตามอารมณ์ของตลาด อาจเเกว่งบ้าง ขึ้นบ้างลงบ้างต้องใจเย็นเหมือนน้ำเเข็งอิอิ ต้องมีเวลาเกาะติดบ้างเเต่ไม่จำเป็นต้องมากมาย เพราะปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นอยู่ที่กำไรของบริษัทที่เค้าประกาศออกมาในเเต่ละไตรมาส ในเมื่อกำไรเยอะปันผลก็ต้องเยอะ เเล้วปัจจัยข่าวดีจะตามมาทีหลังนั้นคือ คุณรวยคับ ห้าๆๆๆเเจ่ม บริษัทพวกนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องก็เพราะพฤติกรรมของคนเราที่เปลื่ยนไปด้วยเช่นกัน อย่างเช่นเมื่อก่อนเดินเด๋วดีขับรถ พอเห็นเพื่อนมี่รถสวยอยากมีบ้าง เมื่อก่อนใช้3310 เด๋วนี้ Iphone 4S เมื่อก่อนชอบซื้อของชำเเถวบ้าน เด๋วนี้ต้อง 7-11 เมื่อก่อนหยุดงานอยู่บ้านเด๋วนี้หยุดงานต้องเดินห้างเมื่อก่อน Hi5 เด๋วนี้ Facebook ห้าที่พูดมาจิงมั๊ย ผลกระทบของคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมนี้ได้สร้าง ดีมานขึ้นมาให้กับหลายๆธุรกิจ ทำให้บางธุรกิจเติบโตด้วยซับพลายเชน เพราะดีมานเซนของคนพวนนี้นั้นเอง พอเรามองเห็นอนาคตกระเเสสังคมที่กำลังมาเเสดงว่าคุณมองเห็นหนทางรวยห้าๆๆ เมื่อเรารู้เราก็จะเห็นกลุ่มบริษัทไหนมันจะมา การดูบริษัทที่มันจะโต มองง่ายกว่าการดูบริษัทที่ไม่โตเเล้ว เพราะบริษัทจะไม่ต้องออกเเรงมากในการเติบโตกระเเสสังคมมันจะพาไปเองอิอิ เเล้วเราก็เลือกบริษัทที่ดีที่สุด(ที่เรามองเห็นราคาอัพไซน์สูงๆ) ในอุตสาหกรรมนั้นๆผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์มองเห็นการเติบโตอย่างสุดยอด เพราะถ้าผู้บริหารไม่สุดยอดเเล้วคุณจะเข้าถือหุ้นเค้าทำไมถึงบริษัทจะโตได้ดีเเต่โอกาศในการฉกฉวยกำไรจะมีได้น้อยก็เพราะมันไม่เก่งไงหละ

           ขั้นที่สองต้องมองว่าหุ้นบริษัทนั้นๆเป็นยักใหญ่ในกลุ่มที่ทำตัวดีกว่าเพื่อนๆมเเข็งเเรงกว่าเพื่อนง่ายๆคือหัวโจก อะห้าๆๆ จะต้องมีความสามารถในการเเข่งขันที่สูงเอาชนะตลอดในระยะยาว ไม่งั้นอาจจะล้มตายไปจากตลาดก็เพราะการเเข่งขันที่รุนเเรง นั้นคือบริษัทจะต้องมีความได้เปรียบบริษัทอื่นๆอย่างเช่น จะต้องมีเเบรนที่เยื่อมใครๆก็ต้องรู้จัก สามารถครองใจลูกค้าในตลอดไม่เกี่ยงราคาทำให้สามารถตั้งราคาขายสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆได้ เเละบริษัทจะต้องเป็นตัวเลือกเเลกๆในใจของลูกค้าเเค่นั้นจบ
           ต้นทุนของบริษัทก็ต้องได้เปรียบเช่นกัน ต้นทุนคุณถูกอะคุณจะตั้งราคาขายต่ำกว่าคนอื่น(คู่เเข่ง)มันก็ไม่มีใครว่าจิงมั๊ย โดยเฉพาะบริษัทที่กำไรเกินคาดบ่อยๆ เเต่ต้นทุนไม่ค่อยเพิ่มยิ่งดีเลยเเละยอดขายที่เพิ่มทำให้สั่งของจากซับพลายได้เพิ่มเรื่อยๆเเละที่สำคัญเมื่อสั่งเยอะก็สามารถต่อราคาลงได้เรื่อยๆ เเละมีการบริหารจัดการได้ดี ลดงานที่ซ้ำซ้อน ลดคนงาน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้มาก การบริหารที่ดีจะทำให้ได้เปรียบคู่เเข็งได้เยอะ สามอย่างนี้ทั้ง เเบรน ต้นทุน เเล้วการบริหารจะเป็นตัวบอกว่ายริษัทมันจะโตไปได้มากหรือไม่ นี่เเหละ เทพ!!

          ขั้นที่สามเงินสดบริษัทรวยเเค่ไหนเงินสดเป็นยังไงต้องดูครับ เพราะถ้าเงินสดไม่ดีการเติบโตก็จะสะดุดต้องเพิ่มทุน ซึ่งไม่ดีต่อผู้ถือหุ้นเลย บริษัทจะต้องลงทุนน้อย เพิ่มทุนไม่บ่อย ลงทุนทีได้ผลตอบเเทนเยอะๆ ค้าขายรับเงิกสด การค้าขายกับลูกค้าที่ไม่ค่อยต่อราคา(เหมือน7-11ไม่มีใครต่อราคาไส้กรอกอิอิ) ค้าขายกับรายใหญ่ที่มีประวัติการจ่ายเงินที่ตรงเวลา ทำให้บริษัทเหลือเงินสดมาก ใว้ลงทุนเพิ่ม จ่ายปันผลหรือซื้อหุ้นคืน เพียงเท่านี้คุณก็ลงทุนในหุ้นเติบโตได้เเล้วคับ 

สุดท้ายขอให้โชคดีกันทุกท่านคับ  By. Poc Udomwit 



วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

เพื่อนเม่า กับกราฟ SET INDEX

    เมื่อพูดถึงกราฟ SET INDEX เราจะรู้ถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นเเละกำลังจะเกิด กราฟSETบ่งบอกเหตุการณ์ในตัวของมันที่เกิดกับตลาดหุ้นเเละประเทศไทย อย่างเช่นเมื่อหุ้นขึ้นเเสดงว่าเศษฐกิจดี พอหุ้นลงเเสดงว่าเหตุการณ์ขณะนั้นเเย่ เกิดวิกฤตการเงิน เเต่สิ่งนึงที่เราเห็นตลอดก็คือพฤติกรรมของเม่าที่มีเยอะเหลือเกินผมก็เม่าตัวนึงอิอิ ที่เมื่อก่อนเห็นหุ้นตกก็รีบเก็บเเล้วก็พบว่ามันยังลงได้อีกเหอะๆๆ เศร้าเลย ทุกครั้งที่หุ้นตกจะมีเหตุรองรับเสมอ ก็ตลาดบ้านเรามันเล็กหวั่นไหวง่าย ใจง่ายเหลือเกินน้อยหน่า (FundFlow) เค้าไม่ซื้อหน่อยก็ตกพอเค้ากลับมาซื้อก็วิ่งกระฉูด New High ตลอด ก็เพราะว่า SET มันตัวเล็กมากเทียบคล้ายๆกับหุ้น JAS ในตลาดโลกที่เป็นหุ้นตัวบาท 555 ไม่น่าเชื่อเนาะตลาดบ้านเราเล็กกว่า หุ้น APPLE ตัวเดียวซะอีก(หุ้นนึงประมาณ 18000กว่าบาทต่อหุ้น) มันเลยขึ้นง่ายลงง่าย เเล้วพอมาพูดถึงเหตุการณ์ก็จะทำให้นึกถึงจุดที่น่าสนใจเพราะไม่ว่าตลาดจะลงไปขนาดไหนสุดท้ายมันก็ขึ้นมานะที่เดิมเสมอ ทำให้นึกถึงหนทางรวยที่ว่าเวลาตลาดลงไปมากๆเเละกำลังจะกลับตัวเราต้องกระโดดเข้าซะ โดยซัดไปทีหละไม้ ทีหละไม้ เเล้วถือไปเลยยาวๆไป (ทำได้ป่าวหละเหอะๆ) งั้นเรามาดูเหตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เเละก็มาศึกษาวิธีการเล่นหุ้นของเม่ากันคับ อิอิ


            สังเกตได้ว่าทุกวิกฤตทำให้ตลาดหุ้นตกเเล้วเเต่ว่าเหตการณ์ร้านเเรงกว่าก็ตกมากกว่า เเสดงว่าเวลาเกิดวิกฤตย่อมมีคนรวยเกิดขึ้นเเล้วก็ต้องมีคนหมดตัวเกิดขึ้นเช่นกันในทุกวิกฤตนั้นผลสุดท้ายย่อมผ่านมันไปได้ด้วยดี เเล้วเรามาดูพฤติกรรมของเม่ากันคับ 


พอจะเข้าใจกันนะ สุดท้ายเเล้วเราเห็นโอกาศทุกเมื่อเเต่อยู่ที่เราคับว่าจะหาจังหวะได้อย่างไร โชดดีคับ

By Poc Udomwit


อีกา เวลามามันมายังใง

         มาพูดถึงอีกากันมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากัวอยู่เเล้วในตัวของมันเอง(หรือใครจะว่ามันน่ารักก็เชิญ) ด้วยความที่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เมื่อได้พบจะต้องเจอเเต่เรื่องร้ายๆ ทำให้มันยิ่งดูดุดันน่ากัวยิ่งนัก ในตลาดหุ้นจึงมีคำเปรียบเทียบกับอีกาว่า ถ้าเมื่อไรเกิดเเท่งเเดงซัดยาว เเท่งเเรกจะเรียกว่า อีกามาเเล้วหนึ่งตัวหลังจากนั้นถ้ามาอีกสองเเสดงว่ามันจะมาทังฝูง55 ตัวใครตัวมัน (อย่าไปคันมือซื้อหละเพราะคนอื่นจะโยนทุกราคา)  
          
ในตลาดหุ้นนั้นเเยกอีกาใว้สองเเบบ คือ 
          1 เราเรียกว่าอีกาสับขาหลอก อีกาเเบบนี้น่าสนใจตรงที่ว่าเมื่อราคาวิ่งขึ้นเรื่อยๆเหมื่อนจะดูดีเเล้วอยู่ๆก็เปิดกระโดดเป็น Gap เเล้วพอมาอีกวันราคาก็ลงมาปิด  Gap  อ่าฮ้า มันมาเเล้วหนึ่ง นับเป็นหนึ่งวันซัดยาว เเท่งเเดงสวยงาม เช้าวันรุ่งขึ้นราคาเปิดก็อยู่ในลำตัวของเเท่งเเรกเเล้วอยู่ๆก็ซัดยาวอีก ไปปิดที่ต่ำกว่าLow ของเมื่อวานนับเป็นวันที่สอง พอวันที่สามเป็นเเบบเดิมอีก ปิดLowของวันที่สอง เเบบนี้คนคงคิดว่าเอ๊ะมันมาเเล้วสามตัวขายๆ เเต่เเล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิด ไปดูภาพว่าอีกามันหลอกเรายังใง






หลังจากโดนกาหลอกมาเเล้วทีนี้เเหละเราจะเอาคืน เจ้ากา3ตัวไม่รอดเเน่ๆ 55+


          เเบบที่ 2 เราเรียกว่าอีกาจอมเเสบ อีกาเเบบนี้อย่าได้เผลอไปBid เชียวมันจะจัดการคุณเรียบเพราะมันไม่ได้มีเเค่สามตัวเเต่จะมาทั้งฝูง น่าสยองกันมั๊ยมันมายังใงก็คือ ราคาดำเนินขึ้นมาต่อเนื่องพอมาอีกวันเปิดต่ำเเล้วก็ลงตามสูตร เราก็รอเหอะๆ เสร็จเราเเน่เจ้าอีกา ปิดLow อีกามาเเล้วหนึ่ง นับเป็นวันเเรก พอวันต่อมาเปิดกระโดดลง โอ้สุดยอดเปิดกระโดดลงเเล้วลงไปปิดที่ต่ำมาก มาเเล้วตัวที่สอง นับเป็นวันที่สอง พอวันที่สามเท่านั้นเเหละเปิดกระโดดลงอีก ของเเรงจริงอะไรจริงนะเนี่ยมันสับขาหลอกได้น่าสนใจเเบบนี้ของถูกต้องเก็บๆๆ เเล้วมันก็ปิดLow อื้มมันสับขาหลอกพรุ่งนี้ขึ้นชัว ไปดูภาพการย่างสดกันคับ






จุดที่สังเกตได้คือ Vol คับ อีกาเเบบที่1 จะลงเเบบไม่ค่อยจะมี Vol เเต่เเบบที่สองเปิดกระโดดลงทุกเเท่งเเล้วตามมาด้วย Volทะลักเเบบนี้อย่าคิดว่ามาจะสับขาหลอกนะคับ อาจโดนมันรุมกินเราทั้งเป็นเเบบไม่เหลือชีวิตรอดกลับมาเลยก็เป็นได้ เพราะ มันไม่ได้มาสามตัว เเต่ มันมาทั้งฝูง 


สุดท้ายเวลานี้ Set Index บ้านเราทำเหมือนว่าจะมีอีกามาบินวนๆดูเหยื่อของมันกันเเล้วนะคับ หวังว่านักลงทนทุกท่านคงไม่ได้เข้าไปเป็นเหยื่อของมันหละ เพราะอย่าลืมว่า อีกาไม่ได้มาเเค่สามตัว เเต่มันมาทั้งฝูง!!!!! 




โชคดีคับทุกคน 


By. Poc udomwit



วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

คิดจะลงทุน ควรมีเงินเท่าไหร่ดี

          คำถามนี้ผมมักจะได้ยินเสมอว่า จะลงทุนเล่นหุ้นเริ่มเท่าไหร่ดี 5 เเสน 1 ล้าน หรือ 2 ล้าน ผมจะบอกว่าคุณเเค่เริ่มเงินต้นคุณลงเยอะคุณจะเสียเยอะการที่เราจะมาศึกษาการลงทุนนั้นควรลงเงินเเต่น้อยไม่ใช้ให้เอาเงินทั้งหมดที่มีมากองนอนตายอยู่ในหุ้น เริ่มเเต่น้อยเราจะควบคุมอารมณ์เราได้ดีกว่าทุนเยอะ เงินน้อยจะไม่ใช่ปัญหาไม่ว่าคุณจะเป็น คนชั้นกลาง คนชั้งสูง มนุษย์เงินเดือน เด็กตักไอติม คนตัดหญ้า หรือใครก็เเล้วเเต่เราเริ่มลงทุนได้ทั้งนั้น เริ่มก่อนรวยก่อนบางคนไปเริ่มลงทุนเอาตอนอายุ 60 เเล้วจะทันใช้เงินมั๊ยเนี่ย เริ่มลงทุนออมวันนี้ก็จะได้เริ่มรวยตั้งเเต่วัน อ้าวอย่างนี้ก็สบายอะดิหลายคนอยากรวยเร็วในตลาดหุ้น รวยเร็วก็เจ๊งเร็วนะ ผมว่าเจ๊งจะเร็วกว่าถ้าคุณไม่ได้ศึกษาเลย นอกเรื่องไปซะเยอะ เหอะๆ เเท้จริงเเล้ว เงินลงทุนไม่ใช่ปัญหาเลยในการเริ่มต้นลงทุน เเต่เริ่มลงทุนน้อย ผมมองว่ามันได้เปรียบนะ เพราะเราจะได้ลองผิดลองถูกได้บ้างเสียบ้างถึงจะเสียเเต่ก็ไม่ได้เสียมากหลักร้อยหลักพัน คุณเริ่มใหม่ อ้าคราวนี้เเหละตอนที่คุณเริ่มใหม่คุณจะเก่งถึง คุณขาดทุนครั้งที่หนึ่งคุณจด ว่าพลาดตรงไหน ครั้งที่สองจดอีก ครั้งที่สามคุณก็ต้องจด จดไปเรื่อยทุกครั้งที่คุณขาดทุน เเล้วคุณจะพบข้อผิดพลาดเเล้วคุณจะเเก้ได้ หลังจากนั้นคุณก็จะเก่งขึ้น เก่งขึ้นเรื่อยๆเชื่อผมสิ ไม่มีใครเริ่มลงทุนเเล้วไม่ขาดทุนหรอกของมันคู่กัน เวลาคุณชนะได้เงินก็เงินของคนที่เล่นตัวเดียวกันคุณ มาจากหยาดเหงื่อ หยดน้ำตาของคนอื่น(เว่อร์ๆ) เค้าก็อาจจะประสบปัญหาเช่นเดียวกันคุณในตอนเเรกเริ่มลงทุนก็เป็นได้ เเล้วเมื่อคุณเก่งคุณเริ่มมีโอกาศในการทำกำไรมากขึ้น เเล้วในตลาดหุ้นมันจะทำกำไรได้เร็วมาก เริ่มผ่านร้อนผ่านหนาวในวิกฤตการเงินต่างๆ ผลตอบเเทนบางที่ได้อาจจะมากกว่าที่คุณคาดคิด เพราะชนั้นคุณเริ่มเร็วคุณจะได้เปรียบคนที่เริ่มช้า คุณได้พูดคุยกับนักลงทุนคนอื่นๆทุกวัน ได้เก็บเกี่ยววิธีคิด ให้เข้ากับตัวเองเเล้วเอาตัวรอดได้ ก็โอเเล้ว  ผมเเนะนำเงินลงทุนเริ่มเเรก พันปลายๆถึงหมื่นต้นๆถึงจะดีคับ เพราะเงินเท่านี้ เราเล่นขาดทุนก็จะไม่มากเรายังทำใจได้ เเต่เราจะได้ประสบการณ์เท่ากันกับเงินต้นเยอะๆจริงมั๊ยหละ ดังนั้นการลงทุนน้อย ยิ่งขาดทุนยิ่งเจ๊ง(ไม่ได้เเช่งนะ) ยิ่งได้ประสบการณ์ทำให้เราฉลาดเเล้วมีความรู้ ว่าเเบบนี้อย่า เเบบนี้ไม่ควรเข้า เเบบนี้ห้าม เเบบไหนควรโยน เเบบไหนควรรับ เราจะรู้ด้วยตัวเราเอง ดังนั้นช่วงเเรกๆนี้ ที่เรามั่วๆเล่นไม่ว่าระบบนั้น ระบบนี้ เพื่อนบอกบ้าง คิดเองบ้าง มั่วเอาบ้าง ถ้าเราจำกัดวงเงินน้อยๆ เสียหายน้อยโอกาศท้อถอยก็จะไม่เกิด ข้อเเค่คุณยังรักในการลงทุนเเล้วศึกษามันอยู่ตลอดเวลา มีความสุขกับมันเเค่มีก็เวิร์คเเล้ว ขอให้คุณนักลงทุนทุกท่านปะสบความสำเร็จ รวยๆกันทุกคนคับ 




By Poc Udomwit

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

BB Bollinger คืออะไร ใช้ยังไงหละ

          BB Bollinger คือการใส่ตัวเลขส่วนเบี่ยงเบนค่ามาตรฐานลงในเส้นค่าเฉลี่ยสองเส้นวิ่งอยู่เหนือราคาเเละล่างราคา คิดโดย นาย จอน โบลินเจอร์ จะใช้ควรใช้ค่าเฉลี่ย 20วัน  วิธีใช้ก็คือ ถ้าราคาทะลุกรอบขึ้นไปหรือเกาะขอบบนไปเรื่อยๆเเสดงว่าเเนวโน้มขึ้นยังดีอยู่ กลับกันถ้าราคาเกาะขอบล่างเเนวโน้มก็จะยังเป็นเเนวโน้มลงอยู่เช่นกัน ข้อดีก็คือจะทำให้เราหาจุดซื้อหรือจุดขายได้ดีทีเดียวคับ คือเมื่อราคานั้นเเตะขอบล่างเเล้วขึ้นมาปิดเหนือเส้นได้(เเท่งเขียว)จะเป็นจุดเข้าซื้อที่ดีเเละเมื่อราคาได้เเตะขอบบนเเล้วกลับลงมาปิดล่างเส้น(เเท่งแดง)ก็จะเป็นจุดขายที่ดีเช้นกันคับ ตามรูป



จากในรูปจะเห็นว่าในเเนวโน้ม Sideway นั้นเรายังสามารถใช้ BB ทำกำไรได้อย่างดีเช่นกันหลักๆเเละวีธีใช้ก็จะมีดังนี้


1. เมื่อเราเห็นหุ้นที่วิ่งเเบบเเบนวิดเเคบๆมานานให้จับตาเลยนะ น่าสนใจสังเกตุเมื่อเเบนวิคที่เเคบๆนั้นเริ่มเปิดออกวันเเรก





2.เมื่อเราเห็นเเบนวิดเปิดออกกว้างเเละมีเเท่งเขียวใหญ่เกิดขึ้นทะลุกรอบบนให้เราเข้าซื้อเเล้ววางจุด stoploss ไว้ที่ low ของเเท่งนั้นได้เลย หลังจากนั้นเราสามารถ Let Profit Run ไปได้จนกว่าราคาจะตัดเส้นกลางของ BB Bollinger band



ในการใช้ BB Bollinger นั้นยังมีข้อสังเกตุได้อีกหลายอย่างมีผมได้สังเกตุเเละทดลองมาเเล้วนั้นก็คือ 

การใช้ BB Bollinger เมื่อราคามีเเนวโน้ม
1 ถ้าราคาไปปิดบนหรือเหนือเส้น Bollingerบน หละก็ราคาจะมีเเนวโน้มขึ้นต่อจนกว่าจะปิดต่ำลงกว่าเส้น ด้านบน เเนวโน้มถึงจะเปลี่ยน
2 ถ้าราคาไปปิดล่างหรือต่ำกว่าเส้น Bollingerล่าง ราคาจะมีเเนวโน้มลงต่อจนกว่าจะปิดเหนือขึ้นมากว่าเส้นด้านล่าง เเนวโน้มถึงจะเปลี่ยน

การใช้ BB Bollinger ดูการเปลี่ยนเเนวโน้ม
1 ถ้าราคาลงไปต่ำกว่าเส้นใต้ของ Bollinger band แล้ว ขึ้นมาปิดเกินเส้นใต้ของ Bollinger band แสดงว่าเริ่มการกลับตัวจากลงเป็นขึ้น
2 ถ้าราคาขึ้นไปเหนือกว่าเส้นบนของ Bollinger band แล้ว ลงมาปิดล่างเส้นบนของ Bollinger band แสดงว่าเริ่มการกลับตัวจากขึ้นเป็นลง
หมายเหตุ(สองข้อนี้ให้ดู MACD HIS ประกอบด้วยนะคับ)
-ราคาขึ้นไปสูงแล้วปิดต่ำลงกว่าเส้นก็จริงแต่ MACDยังสูงต่อ ก็ต้องถือรอนะ จนกว่าMacd จะต่ำกว่าเดิม ค่อยขายนะ
-ราคาลงไปต่ำกว่าเส้นแล้วขึ้นมาปิดสูงกว่าเส้นก็จริง แต่Macd ยังลงต่ำ แสดงว่ายังลงไม่จบนะ อย่าเพิ่ง ซื้อนะ


สุดท้ายนี้ หวังว่าคงจะได้ประโยชน์จากการใช้ BB กันไปบ้างไม่มากก็น้อย นะคับ ขอให้นักลงทุนทุกคนประสบความสำเร็จกันเยอะๆนะคับ เป็นกำลังใจให้เสมอ



By. Poc Udomwit



การใช้ Fibo ในหุ้นขาลง

                        ในบทความที่เเล้วเราพูดถึงการใช้ Fibo ในหุ้นที่กำลังเป็นขาขึ้น เเต่ Fibo สามารถนำมาใช้เล่นในหุ้นขาลงได้เช่นกันคับ เพียงเเต่ว่าจะเสี่ยงกว่าเท่านั้นเองไม่เเนะนำให้เล่นนะคับเพราะหุ้นเป็นเเนวโน้มลง โดยปกติเเล้ว Fiboจะมีเลข 23.6% 38.2% 50% 61.8% 100% จำใว้ครับ เวลาหุ้นที่เป็นขาขึ้นจะปรับตัวลงไม่เกิน 61.8% ส่วนในหุ้นที่เป็นขาลงก็จะปรับตัวขึ้นไม่เกิน 61.8% เช่นกัน เกินจากนี้ถึงว่าเเนวโน้มเปลี่ยนครับผม เเล้วจะใช้ Fibo ในหุ้นขาลงได้อย่างไร ก็คือเมื่อหุ้นลงมาระยะหนึ่งจะต้องมีคนเข้าซื้อกลับนะจุดๆนึง ตรงจุดนี้เราเรียกว่าจุดกลับตัว



พอได้จุดกลับตัวเเล้วเราก็ลาก Fiboจากจุดสูงสุดมาต่ำสุดย้ำนะ สูงสุดมาต่ำสุดเด๋วลากกันผิดๆอีก




เราจะเห็นว่าราคาจะเด้งกลับไปในจุดสามจุดนั้นคือ 23.6% 38.2% เเละ 61.8% ในเเนวโน้มขาลงนั้นราคาจะไม่ผ่าน 61.8% คับ ถ้าทะลุได้จะเป็นขาขึ้นคับ (ถ้าไม่ผ่านจุดใดจุดหนึ่งหุ้นจะลงหนักทันทีควรระวังให้ดูภาพหลอนท้ายบทความ)



ทั้ง สามจุดนี้จะเป็นจุดที่เราตั้งขายคับ ถ้าจะเอาชัวๆก็ที่23.6%จากจุดกลับตัวหุ้นจะมาตรงนี้เสมอ ถ้าผ่านไปได้ก็จะไปทดสอบจุดที่สองคับ เเต่บางคนที่โลภก็จะไปรอขายจุดที่สอง-สามซึ่งจะมีความเสี่ยงมากกว่าจุดที่หนึ่งคับ ตรงจุดที่สามถ้าจะซื้อให้รอราคาผ่านตรงนี้มาให้ได้ก่อนคับค่อยซื้ออีกรอบ



          จากรูปที่เเล้วถ้าได้ขายไปเเล้วนะจุดที่สองจะเห็นว่าราคาจะลงเพราะมีคนขายพร้อมเราเยอะคับที่38.2% เเล้วให้เรารอดูว่าจะยืนได้มั๊ยเพื่อที่จะเข้าซื้ออีกรอบ ถ้ายืนได้ก็ต้องเข้าซื้ออีกรอบคับ



       เมื่อราคายืนได้เเละได้เข้าซื้อไปเเล้วที่จุดที่สอง ให้เราถือรอขายที่ 61.8%คับราคาจะมาถึงนะจุดนี้เเล้วจะมีเเรงขายจากคนที่ติดดอยถล่มลงมาสู้กัน สังเกตุตรงนี้ Vol จะเยอะมากๆ ให้เราขายไปก่อนคับเพื่อรอโอกาศเข้าซื้อใหม่เมื่อราคายืนได้ ระยะตรงนี้กินเวลาเป็นเดือนคับ



        เมื่อราคายืนได้สำเร็จ เราก็จะเข้าเก็บหุ้นคับจากตรงนี้นักเทคนิคคอลจะเข้าซื้อพร้อมเราเยอะมากเพราะราคาทะลุ 61.8% มาเเล้วถือเป็นจุดเข้าซื้อที่ดีมากคับ ราคาจะวิ่งไปถึง100% คับ เมื่อราคาทะลุ 100% อ่าวงง เเล้วราคาจะไปไหน นะหรือ เดี่ยวไปดูรูปครับ



       เมื่อราคาทะลุ 100%ได้ ราคาจะไปที่จุดเเรกก่อนนั้นคือ 123.6%เเบบ ทุลักทุเล เเบบไปไม่ค่อยเป็น เพราะนักลงทุนจะมีการซื้อๆขายๆ ผสมกันไปราคาจะ หวั่นไหว ได้ง่าย เกิดอะไรขึ้นนิดหน่อยก็จะขายกันพอดีหน่อยก็จะกลับมาซื้อกันอีกนะจุดตรงนี้เราต้องระวังเเล้วคับอันตรายควรให้ราคาได้พักก่อนให้เรากับไปดูบทความการใช้ Fibo ในหุ้นขาขึ้นจะเห็นว่า หุ้นจะลงมาปรับฐานอีกสามจุดเช่นกัน คับ หวังว่านักลงทุนคงจะใช้ประโยชน์จากบทความนี้ได้ ขอให้โชคดีคับ


**หมายเหตุ ควรระวังเมื่อหุ้นไม่ผ่านจุดใดจุดหนึ่งนะคับ ภาพหลอน



By Poc Udomwit

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

การใช้ระบบเทรดด้วย FIBO หุ้นขาขึ้น

             การใช้ Fibo นั้นมันมีการใช้อยู่ด้วยกันหลากหลายเเล้วเเต่ใครจะกำหนดมันไม่ตายตัว เเต่สำหรับผมเเล้วการใช้ Fiboถือว่าเด็จมากเพราะทำให้เรารู้ถึงเเนวรับเเนวต้านที่จะเกิดขึ้น เเล้วทำให้สามารถเข้าหุ้นได้ถูกจังหวะหลักการที่ว่านี้จะขอนำมาทำเป็นระบบ เรียกว่าระบบ Fibo Poc Trade ตัวเลขของ Fibo จะประกอบไปด้วย 0% 23.6% 38.2% 50% 61.8% 78.6% เเละ 100% ตามที่เรารู้ๆกัน เราจะนำมันมาวิเคราะห็อะไรได้บ้างนั้นไปดูกันคับ 

มีหลักการดังนี้
การใช้ระบบในช่วงที่หุ้นเป็นขาขึ้น

             การใช้ทำกำไรในช่วงขาขึ้น ช่วงขาขึ้นนั้นเป้นช่วงที่หุ้นจะดูเเกร่งมีการปรับตัวบ้างเเต่จะไม่เกิน 61.8% ของเลข Fibo เพราะถ้าเกินนั้นเเสดงว่าเเนวโน้มเปลี่ยน หุ้นที่มีความเเข็งเเรงมากๆจะปรับตัวลงมา 23.6% 38.2% 61.8% เราจึงใช้ตรงนี้เเหละเป็นเเนวรับ อื้มตามนี้เมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นมาระยะหนึ่งเเล้วราคาต่ำลงๆ ให้เรากาง Fibo จากจุดที่ราคาเริ่มขึ้นจนถึงจุดที่ราคาสูงสุด เเล้วตั้งรับที่ 23.6% 38.2% 61.8% ตามลำดับกัดฟันให้เเน่นๆ ถ้าหุ้นเเกร่งจิงจะไม่หลุดตรงนี้ เมื่อราคาวิ่งมาถึงจุดใดจุดหนึ่งให้รอเพราะราคาอาจจะพ้นจุดตรงนี้ก็เป็นได้อาจจะมีเเรงขายมากเกิน ทำให้ราคาพ้นจุดเเรกไป(23.6%) ให้เราตั้งรับที่จุดสองอีก(38.2%) เเละราคาจะสามารถลงไปได้เเค่ 61.8% เท่านั้น ให้เราตั้งเป็นจุดที่ 3 (61.8%) เมื่อราคามาถึงจุดใดจุดหนึ่งเเล้ว Vol เริ่มน้อยลง เเสดงว่าราคาอาจจะกลับตัวเเล้ว ให้เราเตรียมเข้าซื้อ เมื่อเราเห็นเเท่งสีเขียวราคาเริ่มจะขึ้นให้เราเข้าซื้อตามเรยที่จุดใดจุดหนึ่งก็ได้ ทั้งสามจุดเเละเมื่อกำไรเราก็ Let profit run ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพอใจ


รูปการใช้ Fibo Poc Trade 


รูปการใช้ Fibo Poc Trade 

**หมายเหตุ กรณีที่ราคายังไปไม่ถึงจุดต่างๆให้รอดูก่อนอย่าเพิ่งเข้าซื้อ 

By. Poc Udomwit.